⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 70/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง ศาลย่อมวินิจฉัยลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่ถูกต้องได้ แม้โจทก์จะอ้างบทกฎหมายผิดไปก็ตาม และศาลสามารถริบทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดได้ตามบทกฎหมายที่ถูกต้อง แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างบทกฎหมายนั้นมาในฟ้องก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คำขอท้ายฟ้องโจทก์อ้างว่า จำเลยกระทำผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2499 มาตรา 4 นั้น เมื่อมาตรา 4 บัญญัติให้เพิ่มความเป็นมาตรา 27 ทวิ ก็เท่ากับโจทก์อ้างและขอให้ลงโทษตามความในมาตรา 4 คือ มาตรา 27 ทวิแล้ว การกระทำของจำเลยผิดพระราชบัญญัติศุลกากร ฯ มาตรา 27 ทวิ โทษเบากว่ามาตรา 27 และมาตรา 27 ทวิ เพิ่งบัญญัติขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2499 กับความผิดตามมาตรา 27 ทวิ นี้ไม่เป็นผิดตามมาตรา 27 ส่วนพระราชบัญญัติศุลกากรฯ มาตรา 32 ก็ให้ริบทรัพย์ซึ่งเป็นความผิดพระราชบัญญัติศุลกากรซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น ที่ประชุมใหญ่เห็นว่าจะริบรถยนต์ของกลางตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 32 ไม่ได้ แต่ริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 ได้ แม้โจทก์ไม่ได้อ้างมาตรา 33 แต่ก็ขอให้ริบรถยนต์ของกลางมาแล้ว ศาลจึงริบตามบทกฎหมายที่ถูกต้องได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2510)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2499 ม.4 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.32

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจรับและมีผลชูรสซึ่งเป็นสินค้าที่มีแหล่งผิดในต่างประเทศเป็นของต้องห้ามต้องจำกัด และมีผู้นำหลบหนีภาษีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรไทยไว้ในความครอบครองรวมทั้งราคาของและค่าภาษีศุลกากรเป็นเงิน ๘,๐๙๔.๑๐ บาท เมื่อจำเลยได้รับและมีผงชูรสดังกล่าวไว้ในครอบครองแล้ว จำเลยได้บังอาจใช้รถยนต์ของจำเลยเป็นยานพาหนะทำการบรรทุกเพื่อขนย้ายผงชูรสนั้นไปซ่อนเร้นที่อื่น หรือเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้อื่นโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยนำหลบหนีภาษีศุลกากรเข้ามา เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมผงชูรสและรถยนต์เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗, ๓๒ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๔ คงปรับ ๒๑,๔๖๔.๒๗ บาท ริบของกลางตลอดจนรถยนต์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะบทลงโทษเป็นว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๔ ริบผงชูรสของกลางตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๖,๑๗ และริบรถยนต์ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลสั่งรับเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า คำขอท้ายฟ้องโจทก์อ้างว่า จำเลยกระทำผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๔ เมื่อมาตรา ๔ บัญญัติให้เพิ่มความเป็นมาตรา ๒๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ก็เท่ากับโจทก์อ้างและขอให้ลงโทษตามความในมาตรา ๔ คือมาตรา ๒๗ ทวิ แล้วจะว่าโจทก์มิได้อ้างมิได้ขอดังฎีกาจำเลยอย่างไรได้ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อริบรถยนต์ตามมาตรา ๓๒ ที่โจทก์ขอไม่ได้แล้ว จะพิพากษาให้ริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓ ไม่ได้นั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยผิดพระราชบัญญัติศุลกากร ฯ มาตรา ๒๗ ทวิ ซึ่งกำหนดโทษเบากว่าความผิดมาตรา ๒๗ และเพิ่งบัญญัติขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ ความผิดตามมาตรา ๒๗ ทวิ ส่วนพระราชบัญญัติศุลกากรซึ่งใช้ในขณะนั้นศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า รถยนต์ของกลางคดีนี้จะริบตามมาตรา ๓๒ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ไม่ได้ และริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓ ได้เพราะมาตรา ๓๓ ก็ระบุว่า นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจริบทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๓ นี้ด้วย ซึ่งกรณีความผิดในคดีนี้ นอกจากจะต้องด้วยบทบัญญัติที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๓ แล้ว มาตรา ๒๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร ก็ไม่มีแสดงว่าจะมิให้ตกอยู่ภายในบังคับของมาตรา ๓๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ที่โจทก์ไม่ได้อ้างมาตรา ๓๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญามาด้วย ก็ปรากฏว่าขอให้ริบรถยนต์ของกลางมาแล้ว ศาลก็สั่งริบตามบทกฎหมายที่ถูกต้องให้ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2510 อัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายหยุ่น แซ่อ๋อ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดภูเก็ต · ล. - นายหยุ่น แซ่อ๋อ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · สอาด นาวีเจริญ · แปล บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายอารี กำเนิดงาม · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทัศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 531/2510ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา