⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 902/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาซื้อขายที่ดินที่ทำขึ้นโดยมีเจตนาลวงเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงิน ตกเป็นโมฆะตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ต้องการยืมเงินจากจำเลย แต่จำเลยให้โจทก์ทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้แก่จำเลย เพื่อจำเลยจะได้เอาที่ดินนั้นไปประกันเงินกู้จากธนาคาร แล้วโจทก์และจำเลยจึงทำสัญญากันเองว่า โจทก์จำนองที่ดินพิพาทไว้แก่จำเลยดังนี้ สัญญาซื้อขายดังกล่าวเกิดขึ้นจากเจตนาลวงของโจทก์จำเลย ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 ฉะนั้น เมื่อโจทก์ขอชำระหนี้ที่ยืมไป จำเลยมีหน้าที่ต้องรับชำระหนี้และโอนที่ดินคืนให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยต้องการกู้เงินจากธนาคาร จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารสาขาให้โจทก์โอนที่พิพาทแก่จำเลย โดยไม่ถือเป็นซื้อขายจริงจัง เมื่อโจทก์นำเงินมาชำระ จำเลยจะคืนที่พิพาทให้ จึงได้ตกลงทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และทำสัญญากันเองว่า โจทก์จำนองที่พิพาทไว้แก่จำเลยมีกำหนด ๑ ปี ต่อมาโจทก์ขอไถ่ที่พิพาท จำเลยไม่ยอมอ้างว่าโจทก์ขายให้ ขอให้ศาลแสดงว่าการซื้อขายเป็นโมฆะ ให้จำเลยคืนโฉนดที่พิพาทโดยให้จำเลยรับเงินตามที่ทำสัญญาจำนองไว้ ถ้าไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่พิพาทจากโจทก์จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่โจทก์ขอให้จำเลยทำหนังสือว่า จำนองที่พิพาทไว้แก่จำเลยเพื่อมิให้ญาติพี่น้องดูถูก ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สัญญาซื้อขายที่พิพาทไม่มีผลบังคับ ให้จำเลยรับเงินตามที่ทำสัญญาจำนอง และโอนที่พิพาทให้โจทก์ ถ้าไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์ต้องการยืมเงินจากจำเลย แต่จำเลยให้โจทก์โอนที่พิพาทแก่จำเลย เพื่อจำเลยจะได้เอาไปประกันเงินกู้จากธนาคาร โจทก์และจำเลยจึงทำสัญญากันเอง เป็นว่าโจทก์ได้จำนองที่พิพาทไว้แก่จำเลย กำหนดให้โจทก์ไถ่คืนได้ใน ๑ ปี ต่อมาได้ทำนิติกรรมซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การซื้อขายดังกล่าวมิได้ตกลงซื้อขายจริงจังจึงเกิดขึ้นจากเจตนาลวงของคู่กรณี ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ ฉะนั้น เมื่อโจทก์ชำระหนี้ที่ยืมไป จำเลยมีหน้าที่ต้องรับชำระหนี้และโอนที่ดินคืนให้แก่โจทก์ โดยไม่ต้องวินิจฉัยว่าสัญญาจำนองนั้นเป็นโมฆะและเข้าลักษณะกู้ยืมหรือไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2510 นายสุพนจ์ วรรณธนาคินทร์ ที่ 1 นางธงชัย วรรณธนาคินทร์ ที่ 2 โจทก์ นายกวี วัฒนชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุพนจ์ วรรณธนาคินทร์ ที่ 1 นางธงชัย วรรณธนาคินทร์ ที่ 2 · จำเลย - นายกวี วัฒนชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเทียม สุจารีกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 401-402/2494ฎีกา 273-274/2501ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1029/2532ฎีกา 295/2508ฎีกา 948/2501ฎีกา 1578/2493ฎีกา 912/2490ฎีกา 3765/2532ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2170/2517ฎีกา 848/2534ฎีกา 234/2491ฎีกา 3093-3094/2524ฎีกา 239/2501ฎีกา 903-906/2484ฎีกา 764/2475ฎีกา 1730/2512ฎีกา 1255/2491ฎีกา 1523-1524/2528ฎีกา 49/2522ฎีกา 769/2502ฎีกา 786/2528ฎีกา 183/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา