⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 957/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีมรดกตามพินัยกรรมโดยตรง ไม่ใช่คดีฟ้องเรียกทรัพย์มรดกตามมาตรา 1374 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกมรดกตามพินัยกรรม จำเลยสู้ว่าจำเลยครอบครองมรดกนั้นอยู่โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย และเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมฉบับสุดท้ายยกที่พิพาทให้แก่จำเลยแล้ว เป็นคดีฟ้องเรียกทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมโดยตรง การที่ศาลอุทธรณ์ไปวินิจฉัยเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1374 จึงเป็นเรื่องนอกประเด็น ที่พิพาทเป็นที่ยังไม่มีโฉนด โจทก์อ้างว่าที่พิพาทรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้ว แต่โจทก์จะได้ครอบครองที่พิพาทมาเพียงใดหรือไม่ ยังไม่ปรากฏฝ่ายจำเลยก็โต้เถียงว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทมาเป็นเวลากว่า 40 ปี แล้วจึงมีประเด็นว่าที่พิพาทรายนี้ฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลยเป็นผู้ครอบครองหลังจากเจ้ามรดกตายแล้ว จึงมีข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังจากพยานหลักฐานต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายซายาอุดินได้ทำพินัยกรรมยกที่พิพาทและสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ ต่อมาปรากฏว่าจำเลยกับพวกสมคบกันจับมือนายซายาอุดินในขณะป่วยหนักพิมพ์ลายมือลงในพินัยกรรมอีกฉบับหนึ่ง ลบล้างพินัยกรรมฉบับที่ยกทรัพย์สินให้โจทก์ พินัยกรรมฉบับหลังจึงเป็นโมฆะ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทและสิ่งปลูกสร้างเป็นของโจทก์ และเพิกถอนพินัยกรรมฉบับหลังเสีย จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความและฟ้องซ้ำ และฟ้องโจทก์ไม่เกี่ยวข้องกับพินัยกรรมที่โจทก์อ้าง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความและเคลือบคลุมให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกทรัพย์มรดก ศาลแพ่งจะยกอายุความ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๑๗๑๐, ๑๗๕๔ โดยฟังว่าเป็นคดีเกี่ยวกับพินัยกรรมนั้นไม่ชอบ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มิได้ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของนายซายาอุดิน จะยกอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๐, ๑๗๕๔ ขึ้นบังคับใช้ไม่ได้นั้น เห็นว่าตามคำฟ้องคำแถลงของโจทก์ อาศัยสิทธิตามพินัยกรรมของนายซายาอุดินจึงเป็นคดีฟ้องเรียกทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมโดยตรง เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ คดีก็มีประเด็นในเรื่องนี้ด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมโดยตรง ฝ่ายจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยครอบครองทรัพย์มรดกนั้นอยู่ โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า ๑๐ ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย และเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมฉบับสุดท้ายยกที่พิพาทให้แก่จำเลยแล้ว เช่นนี้การที่ศาลอุทธรณ์กลับไปวินิจฉัยเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๔ จึงเป็นเรื่องนอกประเด็นคดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยเรื่องการครอบครองที่พิพาท ถ้าโจทก์ครอบครองคดีก็ไม่ขาดอายุความ และยังจะต้องวินิจฉัยว่าพินัยกรรมที่ยกทรัพย์ให้จำเลยนั้นสมบูรณ์หรือไม่ ประเด็นเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังจากพยานหลักฐาน พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2510 มัสยิดเซพี โดยนายเช็คอับดุลค ยุมเอ็ม กูรมานฮูเซ็น อิหม่าม ผู้รับมอบอำนาจ นายคาดูบาย โมฮาเม็ดดัลลี รูปาวาลา ในฐานะผู้จัดการมรดกนายซายาอุดินฯ และ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบอำนาจ - มัสยิดเซพี โดยนายเช็คอับดุลค ยุมเอ็ม กูรมานฮูเซ็น อิหม่าม · ในฐานะผู้จัดการมรดกนายซายาอุดินฯ - นายคาดูบาย โมฮาเม็ดดัลลี รูปาวาลา · 1 - และ · จำเลย - กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจำเนียร บุญพละ · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา