คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องเป็นดุลพินิจของศาล และศาลอาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นวินิจฉัยเองได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นได้สอบถามจำเลยและจำเลยร่วมแล้วแม้จำเลยและจำเลยร่วมจะคัดค้านไม่ยอมให้ถอนแต่ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในดุลพินิจของศาลในการที่จะพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร เพราะศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต หรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 175 วรรค 2
ในคดีที่ศาลอาจยกข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างเพื่อวินิจฉัย แล้วพิพากษาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) นั้น เป็นเรื่องที่แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรจะยกขึ้นหรือไม่ก็ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอรับรองการทำประโยชน์ที่ดินที่พิพาทซึ่งอยู่ในที่ดินโจทก์
ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าที่พิพาทเป็นที่ของโจทก์ โจทก์มีสิทธิครอบครองและบังคับมิให้จำเลยมาเกี่ยวข้อง
จำเลยโดยนายวีระ อินศร ศึกษาธิการอำเภอบรบือ ให้การว่าที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครอง ที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์ โจทก์ ไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม
ในชั้นนี้สองสถาน โจทก์จำเลยให้เรียกเจ้าอาวาสหรือผู้ทำหน้าที่เจ้าอาวาสวัดบ้านเปลือยมาเป็นจำเลยร่วม
วัดบ้านเปลือยโดยพระภิกษุหนาม ราชผาผู้ทำการแทนเจ้าอาวาสให้การว่าที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์ วัดได้ครอบครองมาและแจ้งการครอบครองที่ดินไว้แล้ว โจทก์ไม่เคยครอบครองไม่มีสิทธิและไม่เคยแจ้งการครอบครอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่ได้แจ้งการครอบครองตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ ถือว่าโจทก์เจตนาสละสิทธิครอบครอง ที่พิพาทย่อมตกเป็นของวัด ฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องมาแต่แรกจะขอแก้ฟ้องให้เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ และแม้จะแก้ฟ้องแล้วก็ยังเป็นฟ้องเคลือบคลุม
คดียังอยู่ระหว่างรอการชี้สองสถาน โจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อทำคำฟ้องใหม่ยื่นต่อศาล จำเลยคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นสมควรจึงอนุญาตให้ถอนฟ้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ถอนฟ้องเฉพาะนายวีระ อินศร ส่วนวัดบ้านเปลือยโดยพระภิกษุหนาม ราชผา ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง
นายวีระ อินศรจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยร่วมแล้ว แม้จำเลยร่วมจะคัดค้านไม่ยอมให้ถอนแต่ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในดุลยพินิจของศาลในการที่จะพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร เพราะศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงือนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗๕ วรรค ๒ คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นควรที่จะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องวัดบ้านเปลือยโดยนายวีระ อินศร ศึกษาธิการอำเภอบรบือในฐานะเป็นตัวแทนได้ จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนได้แล้วจึงเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ใช้ดุลยพินิจตามที่เห็นสมควร และในคดีที่ศาลอาจยกข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างเพื่อวินิจฉัย แล้วพิพากษาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒(๕) นั้น เป็นเรื่องที่แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรจะยกขึ้นหรือไม่ก็ได้ และคดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องวัดบ้านเปลือยโดยนายวีระ อินศร ศึกษาธิการบรบือในฐานะผู้แทนวัดบ้ายเปลือยจำเลยไปแล้วและไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องสำหรับวัดบ้านเปลือยที่พระภิกษุหนาม ราชผา ผู้ทำการแทนเจ้าอาวาสเป็นจำเลยร่วม ซึ่งโจทก์ยังจะต้องดำเนินคดีกับวัดบ้านเปลือยโดยพระภิกษุหนาม ราชผา ผู้ทำการแทนเจ้าอาวาสจำเลยร่วมต่อไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ฉะนั้น ข้อที่ว่าฟ้องของโจทก์จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เคลือบคลุมหรือไม่อย่างไร จึงเป็นข้อที่จะต้องว่ากล่าวกันต่อไประหว่างโจทก์กับวัดบ้านเปลือยโดยพระภิกษุหนาม ราชผา ผู้ทำการแทนเจ้าอาวาสซึ่งเป็นจำเลยร่วมนั้น
พิพากษายืน ยกฎีกาวัดบ้านเปลือยโดยนายวีระ อินศร จำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2510
นางเคน ราชโคตร (หม้าย) โจทก์
วัดบ้านเปลือย โดยนายวีระ อินศร ศึกษาธิการอำเภอบรบือในฐานะตัวแทน
วัดบ้านเปลือย จำเลย
วัดบ้านเปลือยโดยพระภิกษุหนาม ราชผา ผู้ทำการแทนเจ้าอาวาส จำเลยร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเคน ราชโคตร (หม้าย) · ศึกษาธิการอำเภอบรบือในฐานะตัวแทน - วัดบ้านเปลือย โดยนายวีระ อินศร · จำเลย - วัดบ้านเปลือย · จำเลยร่วม - วัดบ้านเปลือยโดยพระภิกษุหนาม ราชผา ผู้ทำการแทนเจ้าอาวาส |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เนิ่น กฤษณะเศรนี · เชื้อ คงคากุล · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมหาสารคาม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา