⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1114/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลในคดีก่อนพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยเพียงว่าฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ หรือไม่สามารถวินิจฉัยในประเด็นกรรมสิทธิ์หรือการกระทำผิดได้นั้น ไม่ถือเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดในเนื้อหาแห่งคดี จึงไม่เป็นเหตุให้ฟ้องคดีใหม่เป็นฟ้องซ้ำได้ หากประเด็นแห่งคดีใหม่แตกต่างจากประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคดีก่อน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เคยฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทมาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน และพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่า จำเลยพยายามจะบุกรุกเมื่อใด และเมื่อจำเลยยังมิได้บุกรุกก็ไม่เป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ส่วนข้อที่โจทก์ขอศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทนั้น ศาลไม่อาจสั่งให้ได้ เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงฟ้องคดีใหม่ยืนยันว่าจำเลยบุกรุกที่พิพาทแน่นอนเมื่อใดเป็นเนื้อที่เท่าใด ดังนี้โจทก์ย่อมฟ้องได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะคดีก่อนศาลยังมิได้วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของใคร และจำเลยบุกรุกที่พิพาทจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นใหม่ในคดีหลัง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตำบลเขากะลา ซึ่งเดิมรวมอยู่ในตำบลเขาทอง จำเลยบุกรุกแย่งการครอบครอง ขอให้พิพากษาแสดงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ขับไล่จำเลยห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่า เป็นที่ดินของจำเลยครอบครองมา เดิมอยู่ตำบลเนินมะกอก ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นตำบลนิคมเขาบ่อแก้ว โจทก์ฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ ๑๕๙/๒๕๐๘ วันนัดพิจารณา คู่ความท้ากันให้บุคคลผู้มีชื่อ ๖ คนไปดูที่พิพาทหรือถ้ารู้จักอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปแล้วรายงานมายังศาลว่า ที่พิพาทอยู่ตำบลใดให้ศาลวินิจฉัยตามรายงานดังกล่าวว่า ที่พิพาทอยู่ตำบลใดแน่ โดยโจทก์ว่า อยู่ตำบลเขาทอง ซึ่งเดี๋ยวนี้แยกมาเป็นตำบลเขากะลา จำเลยอ้างว่าอยู่ตำบลเนินมะกอก ปัจจุบันแยกเป็นตำบลนิคมเขาบ่อแก้ว ถ้าศาลเห็นสมข้างใด ให้ฝ่ายนั้นชนะคดีได้ที่พิพาททั้งหมด และจำเลยยังติดใจให้ศาลวินิจฉัยในข้อที่โจทก์ฟ้องซ้ำด้วย นอกจากนี้คู่ความสละประเด็นอื่นทั้งหมด เมื่อได้รายงานของบุคคลทั้ง ๖ มาแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และเชื่อว่าที่พิพาทอยู่ตำบลเนินมะกอก โจทก์ต้องแพ้คดี พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในปัญหาที่ว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ ๑๕๙/๒๕๐๘ หรือไม่ว่าในคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่า จำเลยพยายามจะบุกรุกเมื่อใด และเมื่อจำเลยยังมิได้บุกรุก ก็ไม่เป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ศาลไม่อาจสั่งให้ได้ เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป ให้ยกฟ้องโจทก์ ดังนี้เห็นได้ว่าศาลยังมิได้มีคำพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของใคร และฟ้องโจทก์คดีก่อน จำเลยเพียงแต่พยายามจะบุกรุก บัดนี้ โจทก์มาฟ้องคดีนี้ยืนยันว่าจำเลยบุกรุกแน่นอนเมื่อใดเป็นเนื้อที่เท่าใดแล้ว ย่อมฟ้องได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ศาลฎีกาวินิจฉัยรายงานของบุคคลทั้ง ๖ ตามคำท้าฟังว่าที่พิพาทอยู่ตำบลเขาทองเดิมซึ่งบัดนี้แยกเป็นตำบลเขากะลา สมจริงฝ่ายโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2511 นายมน ไล้ทองคำ ที่ 1 นายจันทร์ ไล้ทองคำ ที่ 2 โจทก์ นายป๊วย ทับทวี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความ1 - นายมน ไล้ทองคำ ที่ · โจทก์ - นายจันทร์ ไล้ทองคำ ที่ 2 · ล. - นายป๊วย ทับทวี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · ไฉน บุญยก · สุธี โรจนธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยง บุญรักษา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา