คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลมีอำนาจพิพากษาให้โจทก์ได้รับเงินตามส่วนที่ส่งจริง แม้จะน้อยกว่าที่ฟ้อง โดยคำนวณจากจำนวนเงินที่แท้จริงหลังหักดอกเบี้ย
* ผู้ร่วมวงแชร์ที่ช่วยกันหาผู้เล่น ถือเป็นลูกหนี้ร่วมที่ต้องรับผิดร่วมกันต่อผู้เล่นทุกคน เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า ส่งเงินค่าแชร์รวม 102,680 บาท แต่นำสืบว่าเมื่อหักดอกเบี้ยจากการเปียแชร์ออกแล้ว คงส่งเงินจริงเพียง 60,000 บาท จะเรียกว่าโจทก์นำสืบไม่สมฟ้องไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวนเต็มก่อนหักดอกเบี้ย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์ควรได้ตามส่วนของจำนวนเต็มก่อนหักดอกเบี้ย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์ควรได้ตามส่วนของจำนวนเต็มเมื่อหักดอกเบี้ยออกแล้วศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนที่โจทก์ส่งจริงนั้นได้
จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันตั้งวงแชร์ขึ้น แล้วช่วยกันหาผู้เล่นมาร่วมเล่นในวงแชร์ที่ตั้งขึ้นด้วยกันนั้น กรณีเห็นได้ชัดว่า จำเลยที่ 1 กับพวกต่างผูกพันตนที่จะรับผิดร่วมกันต่อผู้เล่นทุกคนในฐานะลูกหนี้ร่วม จะแยกความรับผิดเป็นส่วนหาได้ไม่ เว้นแต่จะมีข้อสัญญาตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันทุจริตตั้งวงแชร์ ชักชวนโจทก์และผู้อื่นเข้าร่วมเล่นแชร์เปียหวย จากวงแชร์ล้มหรือเก็บเงินจากลูกแชร์คืนโจทก์ไม่ได้ จำเลยทั้งสามต้องร่วมกันรับผิดใช้เงินคืน โจทก์ส่งเงินรวม ๑๐๒,๖๘๐ บาท โดยไม่เคยเปียแชร์ได้เลย บัดนี้จำเลยล้มวงแชร์ ขอให้บังคับจำเลยให้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า ไม่ได้ร่วมกับจำเลยตั้งวงแชร์ ไม่เคยชวนและรับเงินแชร์จากโจทก์
ต่อมาโจทก์บอกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒, ๓
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ให้เงิน ๖๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินเพียง ๓๐,๐๐๐ บาท
โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนายวงแชร์ร่วมกับจำเลยที่ ๓ โจทก์ร่วมเล่นแชร์ด้วย เพราะจำเลยที่ ๑ มิให้การปฏิเสธ โจทก์ส่งเงินค่าแชร์แล้วรวม ๖๐,๐๐๐ บาท การส่งเงินไม่มีใบรับ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เมื่อวงแชร์ล้ม จำเลยที่ ๑ ในฐานะนายวงต้องรับผิดชดใช้เงินที่เก็บไปจากโจทก์ให้แก่โจทก์
ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์สืบไม่สมฟ้อง โดยฟ้องว่าโจทก์ส่งเงินแชร์รวม ๑๐๒,๖๘๐ บาท แต่นำสืบว่าส่งจริงเพียง ๖๐,๐๐๐ บาทนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จะเรียกว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้องไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวนเต็มก่อนหักดอกเบี้ย แต่ทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์ควรได้ตามส่วนของจำนวนเต็มเมื่อหักดอกเบี้ยออกแล้ว อันเป็นจำนวนที่โจทก์ส่งจริง ศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนที่โจทก์ส่งจริงนั้นได้
มีปัญหาว่า จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใด ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยที่ ๑ กับนางสงวน จำเลยที่ ๓ ร่วมกันตั้งวงแชร์ขึ้นแล้วช่วยกันหาผู้เล่นมาร่วมเล่นในวงแชร์ที่ตั้งขึ้นด้วยกันเช่นนี้ เป็นกรณีที่เห็นชัดว่า จำเลยที่ ๑ และนางสงวนต่างผูกพันตนที่จะรับผิดร่วมกันต่อผู้เล่นทุกคนในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ไม่ว่าผู้เล่นนั้นจะเป็นผู้ที่จำเลยที่ ๑ ชักชวนมาหรือนางสงวนชักชวนมาไม่มีทางที่จะเห็นไปได้ว่า ต่างฝ่ายต่างแยกกันรับผิดต่อผู้เล่นเฉพาะที่ตนชักชวนมาหรือแยกกันรับผิดเป็นส่วนเท่าๆ กันต่อผู้เล่นแต่ละคน เมื่อพฤติการณ์เป็นที่เห็นชัดเช่นนี้ จำเลยที่ ๑ จะแยกความรับผิดออกเป็นส่วนดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญากันไว้เป็นอย่างอื่น แต่กรณีหามีสัญญากันไว้เป็นอย่างอื่นไม่ จึงไม่อยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙๐ โจทก์ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ ๑ โดยสิ้นเชิง ตามมาตรา ๒๙๑
พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2511
นายเสรี คูสุรัตน์ โจทก์
นายสาวเซียมฮก แซ่อั๊ง ที่ 1
กับพวกรวม 3 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสรี คูสุรัตน์ · 1 - นายสาวเซียมฮก แซ่อั๊ง ที่ · ล. - กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายน้อม ศรีสรรพางค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา