⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1206/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมในการป้องกันส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมเป็นคู่สัญญากับกรมสรรพสามิตในการรับเหมาก่อสร้างโรงงานต้มกลั่นสุรา และในการนี้ได้จ้างเหมาจำเลยให้ทำประตูเหล็กยึดและบังตาหน้าต่างเหล็กของโรงงานนี้อีกทอดหนึ่ง แต่แล้วกลับบิดพลิ้วไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้างเหมาให้แก่จำเลย ดังนั้นการที่จำเลยมีหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสรรพสามิตเกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยยังมิได้รับเงินรายนี้ ซึ่งมีข้อความหาว่าโจทก์ร่วมกระทำการโดยไม่สุจริตเพื่อระงับข้อพิพาท กรณีจึงถือได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม อันไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจนำข้อความร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสรรพสามิตซึ่งเป็นเจ้าพนักงานว่า ผู้เสียหายได้ว่าจ้างจำเลยทำประตูเหล็กยืดและบังตาหน้าต่างเหล็ก รวมทั้งติดตั้งเสร็จ ณ โรงงานต้มกลั่นสุรา จังหวัดสุรินทร์ เป็นเงิน ๔๘,๘๖๓ บาทเมื่อจำเลยได้ทำและนำไปติดตั้งเสร็จแล้ว ผู้เสียหายบิดพลิ้วไม่ยอมชำระเงินให้ มีพฤติการณ์แสดงว่าไม่สุจริต ซึ่งเป็นความเท็จทั้งสิ้นความจริงผู้เสียหายและจำเลยไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ต่อกันเลยในการก่อสร้างโรงงานรายนี้ ผู้เสียหายได้ทำสัญญาจ้างเหมากับนายกุ่ยแซ่ลิ้ม การกระทำของจำเลยทำให้อธิบดีกรมสรรพสามิตหลงเชื่อไม่ยอมรับมอบโรงงานที่ผู้เสียหายสร้างเสร็จแล้วเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย และการกระทำของจำเลยเป็นการใส่ความให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗, ๓๒๖, ๓๒๘, ๓๓๒ และให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดหรือส่วนสำคัญโดยค่าใช้จ่ายของจำเลย ศาลอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม จำเลยให้การต่อสู้ว่า ไม่เคยทราบว่าบริษัทผู้เสียหายทำสัญญากับนายกุ่ย แซ่ลิ้ม พฤติการณ์ระหว่างนายกุ่ยกับพนักงานบริษัทผู้เสียหายล้วนแล้วแต่แสดงต่อบุคคลทั่วไปว่า เป็นการกระทำของผู้เสียหายเองทั้งสิ้น การที่จำเลยมีหนังสือร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมสรรพสามิตก็เพราะจะใช้สิทธิฟ้องร้องผู้เสียหายทางแพ่งเกี่ยวกับค่าสัมภาระก่อสร้างและอาจต้องฟ้องกรมสรรพสามิตซึ่งเป็นคู่สัญญากับผู้เสียหายด้วย จำเลยมิได้แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและมิได้เจตนาใส่ความหมิ่นประมาทผู้เสียหาย แต่เป็นการกระทำและแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม เพื่อป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า อธิบดีกรมสรรพสามิตไม่มีหน้าที่รับแจ้งเรื่องหนี้สินส่วนตัวระหว่างจำเลยกับผู้เสียหาย จึงไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ แต่ข้อความในหนังสือร้องเรียนมีลักษณะหมิ่นประมาทอยู่ในตัว โดยเจตนาให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังที่จำเลยอ้างว่าจะฟ้องกรมสรรพสามิตด้วยนั้น ก็มิอาจกระทำได้เพราะกรมสรรพสามิตมิใช่คู่สัญญากับจำเลย การกระทำของจำเลยมิใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมหรือป้องกันส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรม พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖ ให้ปรับจำเลย ๔๐๐ บาท ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานแจ้งความเท็จ ส่วนในข้อหาหมิ่นประมาทขอให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารตามมาตรา ๓๒๘และสั่งให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาตามคำขอท้ายฟ้องด้วย จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทด้วย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยยืนตามศาลชั้นต้น ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์นั้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยมิใช่การกระทำโดยโฆษณา อันจะเข้าบทบัญญัติมาตรา ๓๒๘ พิพากษายืน แต่ผู้พิพากษาองค์คณะหนึ่งนายทำความเห็นแย้งว่า ศาลควรยกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยเพราะการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อความชอบธรรมของตน หรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑) จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับแต่ปัญหาข้อกฎหมาย ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันประโยชน์ส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรมหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องเรียนของจำเลยในเรื่องที่ผู้เสียหายว่าจ้างให้ทำประตูเหล็กยืดและบังตาหน้าต่างเหล็กนี้ โจทก์ก็เพียงแต่โต้แย้งว่าโจทก์มิได้จ้างจำเลยโดยตรงเท่านั้น เมื่อโจทก์ได้รับผลประโยชน์แห่งผลงานของจำเลย โดยจำเลยยังมิได้รับค่าตอบแทนจำเลยจึงมีเหตุสมควรในอันจะร้องเรียนขอความเป็นธรรมและเพื่อระงับข้อพิพาทนั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อความชอบธรรม หรือป้องกันส่วนได้เสียที่เกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๙(๑) จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษาแก้ โดยให้ยกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2511 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ บริษัทตังฮั้ว จำกัด โดยนายไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ ผู้รับมอบอำนาจ นายเฮียกติ่ง แซ่เอี้ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · ผู้รับมอบอำนาจ - บริษัทตังฮั้ว จำกัด โดยนายไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ · จำเลย - นายเฮียกติ่ง แซ่เอี้ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · กิตติ สีหนนทน์ · ลออง จุลกะเศียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายกีรติ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 347/2519ฎีกา 4324/2552ฎีกา 3/2542ฎีกา 1140/2522ฎีกา 117/2529ฎีกา 437/2505ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 933/2493ฎีกา 3553/2550ฎีกา 108/2525ฎีกา 846/2505ฎีกา 1342/2517ฎีกา 613/2532ฎีกา 4960/2533ฎีกา 8511/2554ฎีกา 2143/2530ฎีกา 1756/2521ฎีกา 1077/2504ฎีกา 990/2508ฎีกา 406/2567ฎีกา 1183/2510ฎีกา 1124/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา