คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลหนึ่งยินยอมให้ผู้อื่นนำทรัพย์สินของตนไปใช้ในกิจการของผู้นั้น โดยมีผลประโยชน์ร่วมกัน และบุคคลนั้นได้นำบุคคลอื่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกิจการดังกล่าว บุคคลที่ยินยอมให้ใช้ทรัพย์สินและผู้ที่นำบุคคลอื่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นนายจ้างและลูกจ้างซึ่งต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างกระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่นั้น
ย่อคำพิพากษา
รถยนต์โดยสารเลขทะเบียน ร.บ.00844 เป็นของ ซ. นำมาเดินร่วมกับบริษัทจำเลยในเส้นทางสัมปทาน รถที่เข้ามาเดินร่วมเช่นนี้ต้องตีเบอร์ ใช้ตรา และทาสีของบริษัทจำเลยทั้งรถ คนขับ และคนเก็บตั๋ว ต้องอยู่ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทจำเลย บริษัทจำเลยมีสิทธิไล่ออก ส่วนการจ่ายเงินเดือนให้คนขับและคนเก็บตั๋วเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถ ดังนี้ แม้รถคันนี้จะเป็นของ ซ. แต่ ซ. ยินยอมให้บริษัทจำเลยนำมาใช้เดินรับส่งคนโดยสารบนเส้นทางสัมปทานของบริษัทจำเลย ในกิจการของบริษัทจำเลย ในนามและในฐานะที่เป็นรถของบริษัทจำเลย หาใช่ ซ. นำมาเดินรับส่งคนโดยสารเป็นส่วนตัวไม่ และการที่บริษัทจำเลยคิดค่าธรรมเนียมจาก ซ. ในการนำรถมาเดินร่วม ก็เป็นวิธีการแบ่งผลประโยชน์รายได้ระหว่างกันอย่างหนึ่ง ได้ชื่อว่าบริษัทจำเลยมีและใช้รถคันนี้อย่างที่เป็นของบริษัทจำเลยในกิจการของบริษัทจำเลยแล้ว โดยบริษัทจำเลยและ ซ. มีผลประโยชน์ร่วมกันในการนี้ การที่ ส. ได้ยินยอมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ขับรถยนต์รับส่งคนโดยสารในกิจการของบริษัทจำเลย โดยที่ ซ. นำเข้ามา นับว่า ส. มีฐานะเป็นลูกจ้างของบริษัทจำเลยปฏิบัติหน้าที่ขับรถยนต์รับส่งคนโดยสารในทางการที่จำเลยจ้างด้วย ใครจะเป็นผู้จัดหา ส. มาขับรถไม่สำคัญ และแม้ ซ. จะเป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้ ส.ก็เป็นเพียงข้อตกลงภายในระหว่างบริษัทจำเลยกับ ซ. ซึ่งมีผลประโยชน์ร่วมกัน และเป็นการปฏิบัติตามระเบียบของบริษัทจำเลยเท่านั้น ไม่ทำให้การเป็นนายจ้างและลูกจ้างระหว่างบริษัทจำเลยกับ ส. เปลี่ยนแปลงไป เมื่อ ส.ปฏิบัติหน้าที่ขับรถในกิจการของบริษัทจำเลย บริษัทจำเลยย่อมต้องร่วมรับผิดกับ ส. ในผลแห่งละเมิดซึ่ง ส. กระทำไปนั้นด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับสัมปทานเดินรถยนต์ จำเลยนำรถคันหมายเลขทะเบียน ร.บ.๐๐๘๔๔ เข้ามาวิ่งร่วม นายแสวงลูกจ้างจำเลยขับรถดังกล่าวด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังชนรถยี่ห้อปอนเตี๊ยกของนายวัฒนะ โจทก์ซึ่งนั่งมาในรถปอนเตี๊ยกด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัสขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๕๑,๖๙๕ บาท ฯลฯ
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้จัดหาผู้ขับรถยนต์มาปฏิบัติงานในธุรกิจของจำเลย นายเซี้ยมเป็นเจ้าของรถหมายเลขทะเบียนดังกล่าวและนายแสวงเป็นลูกจ้างนายเซี้ยมไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ ๕๔,๒๖๐ บาท ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ในข้อที่ว่านายแสวงเป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยรับว่ารถยนต์โดยสารเลขทะเบียน ร.บ.๐๐๘๔๔ เป็นของนายเซี้ยม แซ่โง้ว นำมาเดินร่วมกับบริษัทจำเลยในเส้นทางสัมปทานระหว่างกรุงเทพ - ปราณบุรี โดยบริษัทจำเลยคิดค่าธรรมเนียมในการเข้ามาเดินร่วม รถที่เข้ามาเดินร่วมเช่นนี้ต้องตีเบอร์ ใช้ตราและทาสีของบริษัทจำเลย ทั้งรถ คนขับ และคนเก็บตั๋ว ต้องอยู่ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทจำเลย ถ้าคนขับหรือคนเก็บตั๋วประพฤติผิดระเบียบ บริษัทจำเลยมีสิทธิไล่ออกได้ ส่วนการจ่ายเงินเดือนให้คนขับและคนเก็บตั๋วเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถ ตามพฤติการณ์ที่ปฏิบัติต่อกันดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้รถคันนี้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเซี้ยม แต่นายเซี้ยมได้ยินยอมให้บริษัทจำเลยนำมาใช้เดินรับส่งคนโดยสารบนเส้นทางสัมปทานของบริษัทจำเลยในกิจการของบริษัทจำเลย ในนามและฐานะที่เป็นรถของบริษัทจำเลย หาใช่นายเซี้ยมนำมาเดินรับส่งคนโดยสารเป็นส่วนตัวไม่ และการที่บริษัทจำเลยคิดค่าธรรมเนียมจากนายเซี้ยมในการนำรถมาเดินร่วม ก็เป็นวิธีการแบ่งผลประโยชน์รายได้ระหว่างกันอย่างหนึ่ง ได้ชื่อว่าบริษัทจำเลยมีและใช้รถคันนี้อย่างที่เป็นของบริษัทจำเลยในกิจการของบริษัทจำเลยแล้ว โดยบริษัทจำเลยและนายเซี้ยมมีผลประโยชน์ร่วมกันในการนี้
สำหรับนายแสวงคนขับรถได้ยินยอมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ขับรถยนต์รับส่งคนโดยสารในกิจการของบริษัทจำเลย โดยมีสินจ้างเป็นเงินเดือนและต้องอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับของบริษัทจำเลย ถ้าประพฤติผิดระเบียบ บริษัทจำเลยมีสิทธิไล่ออกได้ โดยที่นายเซี้ยมกับบริษัทจำเลยมีผลประโยชน์ร่วมกันดังกล่าวมาแล้ว การที่นายเซี้ยมนำนายแสวงเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ขับรถยนต์รับส่งคนโดยสารในกิจการของบริษัทจำเลยและอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของบริษัทจำเลย เช่นนี้นับว่านายแสวงมีฐานะเป็นลูกจ้างของบริษัทจำเลย ปฏิบัติหน้าที่ขับรถยนต์รับส่งคนโดยสารในทางการที่จำเลยจ้างด้วย ใครจะเป็นผู้จัดหานายแสวงมาขับรถไม่สำคัญ และแม้นายเซี้ยมจะเป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้นายแสวง ก็เป็นเพียงข้อตกลงภายในระหว่างบริษัทจำเลยกับนายเซี้ยมซึ่งมีผลประโยชน์ร่วมกัน และเป็นการปฏิบัติตามระเบียบของบริษัทจำเลยเท่านั้น ไม่ทำให้การเป็นนายจ้างและลูกจ้างระหว่างบริษัทจำเลยกับนายแสวงเปลี่ยนแปลงไป
เมื่อฟังได้ว่านายแสวงเป็นลูกจ้างของบริษัทจำเลย ปฏิบัติหน้าที่ขับรถยนต์รับส่งคนโดยสารในกิจการของบริษัทจำเลยในทางการที่จ้าง บริษัทจำเลยย่อมต้องร่วมรับผิดกับนายแสวงในผลแห่งละเมิดซึ่งนายแสวงได้กระทำไปนั้นด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2511
นายสวัสดิ์ บินกาซัน โจทก์
บริษัทขนส่ง จำกัด โดยพันเอกขุนแผน กระหม่อมทอง กรรมการผู้จัดการ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสวัสดิ์ บินกาซัน · จำเลย - บริษัทขนส่ง จำกัด โดยพันเอกขุนแผน กระหม่อมทอง กรรมการผู้จัดการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสอน ทองเหลือง · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา