⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2101/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2101/2511

ป.วิ.อาญา ม.16, 193, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาตามข้อบังคับว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจ หากจำเลยมิได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น จะยกขึ้นฎีกาในชั้นศาลฎีกาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จะพิจารณาว่าเจ้าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้นเป็นข้อเท็จจริง เพราะจะต้องพิจารณาข้อบังคับทั้งหลายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจเป็นข้อประกอบด้วย ดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 ได้บัญญัติไว้ ดังนั้น เมื่อจำเลยมิได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น จำเลยจะยกปัญหาข้อนี้ขึ้นฎีกาไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.16 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็ค และด้วยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ลงโทษจำคุกจำเลยสี่สิบห้าวัน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมโดยรู้อยู่ว่าไม่มีเงินในบัญชี เป็นการออกเช็คโดยมีเจตนาจะให้ผูกพันและชำระหนี้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คนั้นธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยต้องมีความผิดตามฟ้อง ข้อที่จำเลยฎีกาว่าพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนดำเนินคดี โดยไม่มีอำนาจจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเห็นว่าการที่จะพิจารณาว่าเจ้าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้นเป็นข้อเท็จจริง เพราะจะต้องพิจารณาข้อบังคับทั้งหลายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจเป็นข้อประกอบด้วย ดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖ ได้บัญญัติไว้ ดังนั้น เมื่อจำเลยมิได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น จำเลยจะยกปัญหาข้อนี้ขึ้นฎีกาไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ วรรค ๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2101/2511 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายตัวเฮียง แซ่เตียว โจทก์ร่วม นายโหงวโอ้ว แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายตัวเฮียง แซ่เตียว · จำเลย - นายโหงวโอ้ว แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี · โชค จารุจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายรื่น วิไลชนม์ · ศาลอุทธรณ์ - นายผล พิทักษ์พล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 3800/2564ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551ฎีกา 472/2539ฎีกา 2982/2562ฎีกา 3374/2566ฎีกา 250-251/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา