⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 442/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่ผู้ให้เช่าเดิมตกลงให้เช่าตลอดชีวิตของจำเลยนั้น เป็นสัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด และเมื่อผู้ให้เช่าเดิมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าให้แก่บุคคลภายนอก ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ย่อมต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าเดิมตามสัญญาเช่าดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าซึ่งโจทก์รับโอนกรรมสิทธิมาจากผู้ให้เช่าเดิม จำเลยให้การต่อสู้ว่า ผู้ให้เช่าเดิมให้จำเลยเช่า เป็นสัญญาต่างตอบแทน โดยจำเลยยอมให้ผู้ให้เช่าเดิมหักหนี้ 100,000 บาท กับจำเลยได้ซ่อมแซมห้องเช่าอีก 5,000 บาท ซึ่งผู้ให้เช่าเดิมสัญญาให้จำเลยเช่าตลอดชีวิต จำเลยจึงขอให้ศาลเรียกผู้ให้เช่าเดิมเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม และฟ้องแย้งขอให้ศาลบังคับให้โจทก์กับผู้ให้เช่าเดิมจดทะเบียนการเช่ารายนี้ ถ้าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องก็ขอให้ศาลพิพากษาให้ฝ่ายโจทก์ร่วมกันคืนเงินหนึ่งแสนบาท ใช้ค่าซ่อมบ้าน 5,000 บาท กับค่าสินไหมทดแทนเดือนละ 1,870 บาท คำฟ้องแย้งนี้เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรค 3 และมาตรา 179 วรรคท้าย และคำฟ้องแย้งนี้ไม่เป็นเงื่อนไข เพราะถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีและขับไล่จำเลยตามฟ้องของโจทก์แล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะเรียกเงินกินเปล่าคืน หรือได้รับค่าสินไหมทดแทนแต่ประการใด แต่ถ้าคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยมีสิทธิเรียกให้โจทก์จดทะเบียนการเช่าจนตลอดชีวิตของจำเลยแล้ว ก็ย่อมบังคับตามคำฟ้องแย้งของจำเลยได้ คำฟ้องแย้งที่มีคำขอว่า ถ้าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ศาลบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่า ก็ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์คืนเงินกินเปล่าและใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น มิใช่เป็นเงื่อนไขแห่งคำฟ้องแย้งของจำเลย หากเป็นแต่เพียงคำขอในคำฟ้องแย้งอีกข้อหนึ่งในเมื่อบังคับตามคำขอข้อแรกไม่ได้ซึ่งแล้วแต่ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชนะคดีได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทมีกำหนดตลอดชีวิตผู้เช่าจากผู้ให้เช่าเดิม โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องพิพาทมาแต่สัญญาเช่าไม่ได้จดทะเบียนจึงมีผลบังคับได้เพียง ๓ ปี โจทก์บอกเลิกสัญญา จำเลยไม่ออกจากห้องเช่า ขอให้ศาลบังคับ และให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ผู้ให้เช่าเดิมได้กู้เงินจำเลย และได้ให้จำเลยเช่าห้องพิพาทตลอดอายุของจำเลย โดยหักหนี้เป็นค่าแป๊ะเจี๊ยะ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าเช่าห้อง ๒๕๐ บาท รวมเดือนละ ๕๐๐ บาท เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย อยู่ในคุ้มครองของกฎหมายว่าด้วยควบคุมการเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ยอมให้หักหนี้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้ซ่อมแซมอีก ๕,๐๐๐ บาท ขอให้เรียกนามนัสเจ้าของที่ดินและนางฮกกิ้มเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์และนายมนัสไปจดทะเบียนการเช่า หากศาลเป็นว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องก็ให้โจทก์คืนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทกับค่าซ่อมแซม ๕,๐๐๐ บาทและค่าเสียหายเดือนละ ๑,๘๗๐ บาท จนตลอดชีวิตจำเลย ศาลรับคำขอให้การฟ้องแย้ง และเรียกนายมนัส นางฮกกิ้มเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ นายมนัส และนางฮกกิ้ม ให้การแก้ฟ้องแย้งปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นนัดพร้อมแล้วมีคำสั่งว่า คำฟ้องแย้งต้องเกี่ยวกับฟ้องเดิมและจะต้องพิจารณารวมกันไปกับฟ้องเดิม ฟ้องแย้งของจำเลยในเรื่องขอให้คืนเงินกินเปล่าและเรียกค่าเสียหายเนื่องจากไม่ได้เช่าอาคารพิพาทยังเป็นเงื่อนไขอยู่ เพราะฟ้องเดิมขอขับไล่ จำเลยสู้คดีอ้างเหตุยังมีสิทธิเช่าอยู่หลายประการ จะพิจารณาสองข้อหานี้ได้ต่อเมื่อจำเลยถูกศาลพิพากษาขับไล่ออกจากอาคารพิพาทเสียก่อน จึงจะยกฟ้องแย้งสองเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาได้ ให้จำหน่ายฟ้องแย้งสองข้อหานี้ คงรับพิจารณาเฉพาะข้อที่ขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนการเช่า และเสียค่าซ่อมแซมอาคารพิพาท จำเลยอุทธรณ์ขอให้รับพิจารณาคำฟ้องแย้งที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำหน่ายคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า ซึ่งโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากผู้ให้เช่าเดิม จำเลยให้การต่อสู้ว่า ผู้ให้เช่าเดิมให้จำเลยเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทน โดยจำเลยยอมให้ผู้ให้เช่าเดิมหักหนี้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทกับจำเลยได้ซ่อมแซมห้องเช่าอีก ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งผู้ให้เช่าเดิมสัญญาให้จำเลยเช่าตลอดชีวิต จำเลยจึงขอให้ศาลเรียกนายมนัส ผู้ให้เช่าเดิมและนางฮกกิ้มเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม และจำเลยฟ้องแย้งขอให้ศาลบังคับให้โจทก์กับนายมนัส ผู้ให้เช่าเดิมจดทะเบียนการเช่ารายนี้ ถ้าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องก็ขอให้ศาลพิพากษาให้ฝ่ายโจทก์ร่วมกันคืนเงินหนึ่งแสนบาท ให้ค่าซ่อมบ้าน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท กับค่าสินไหมทดแทนเดือนละ ๑,๘๗๐ บาท คำฟ้องแย้งของจำเลยนี้เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปด้วยกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรค ๓ และมาตรา ๑๗๙ วรรคท้าย และคำฟ้องแย้งนี้ไม่เป็นเงื่อนไขเพราะถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี และขับไล่จำเลยตามฟ้องของโจทก์แล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะเรียกเงินกินเปล่าคืนหรือได้รับค่าสินไหาทดแทนแต่ประการใด แต่ถ้าคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยมีสิทธิเรียกให้โจทก์จดทะเบียนการเช่าจนตลอดชีวิตของจำเลยแล้ว ก็ย่อมบังคับตามคำฟ้องแย้งของจำเลยได้ ส่วนคำฟ้องแย้งที่มีคำขอว่า ถ้าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ศาลบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่า ก็ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์คืนเงินกินเปล่าและใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น มิใช่เป็นเงื่อนไขแห่งคำฟ้องแย้งของจำเลย หากเป็นเพียงแต่คำขอในคำฟ้องแย้งอีกข้อหนึ่ง ในเมื่อบังคับตามคำขอข้อแรกไม่ได้ ซึ่งแล้วแต่ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชนะคดีได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น ที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำฟ้องแย้งในข้อนี้ จึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์มิได้ทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้นงดการพิจารณาไว้ในระหว่างอุทธรณ์คำสั่งและบัดนี้ คดีเดิมศาลชั้นต้นได้พิจารณาพิพากษาเสร็จจนถึงศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีไปแล้ว คดีอยู่ระหว่างที่จำเลยฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งในข้อนี้และรื้อฟื้นพิจารณาพิพากษาในประเด็นข้อนี้ใหม่ถ้าจำเลยเห็นว่า จำเลยมีสิทธิในส่วนนี้อันชอบที่จำเลยจะดำเนินคดีเรียกร้องได้อย่างไร จำเลยก็ทำได้ตามสิทธิของตน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2511 นางวิภา เกียรติแสงศิลป์ โจทก์ นายซือโพ้ย แซ่ปึง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวิภา เกียรติแสงศิลป์ · ล. - นายซือโพ้ย แซ่ปึง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · วิเชียร เศวตรุนทร์ · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเนิ่น อนุโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเกียรติ ผลสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 56/2520ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3601/2526ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา