⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 454/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานจ้างให้แก่ผู้ว่าจ้างตามสัญญา ผู้ว่าจ้างย่อมมีสิทธิใช้อาคารนั้นได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และการกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการละเมิดต่อผู้รับเหมาช่วง สัญญาที่ผู้รับจ้างทำไว้กับผู้รับเหมาช่วงนั้น เป็นเรื่องระหว่างผู้รับจ้างกับผู้รับเหมาช่วงเท่านั้น ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจ้างเหมา ม.ปลูกสร้างโรงเรียนในที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครอง โจทก์เป็นผู้รับเหมาช่วงจาก ม. เมื่อ ม. คู่สัญญาจำเลยได้มอบอาคารพิพาทซึ่งก่อสร้างให้แก่จำเลยเป็นลายลักษณ์อักษรตามข้อตกลงในหนังสือสัญญาที่ทำไว้ต่อกัน จึงเป็นการที่จำเลยรับมอบอาคารพิพาทไว้โดยชอบ และย่อมเป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิใช้อาคารได้โดยชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยเข้าใช้อาคารพิพาทจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ส่วนการที่ ม. ได้ทำสัญญากับโจทก์เกี่ยวกับอาคารพิพาทนั้น เป็นเรื่องระหว่าง ม. กับโจทก์เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกด้วย เมื่อ ม. ทำผิดสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ โจทก์ก็ต้องฟ้องร้องว่ากล่าวเอาแก่ ม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญารับเหมาปลูกสร้างอาคารโรงเรียนให้แก่นายมานพ สุทธิเจริญ ตกลงกันว่า เมื่อโจทก์ปลูกสร้างเสร็จแล้ว การมอบหมายจะทำเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อมาโจทก์ปลูกสร้างเสร็จยังไม่ทันส่งมอบให้นายมานพ จำเลยอ้างตนว่าเป็นเจ้าของโรงเรียนพาณิชการมักกะสัน และเป็นผู้ว่าจ้างนายมานพปลูกสร้าง จึงฟ้องขอให้ขับไล่และให้ใช้ค่าเสียหาย ฯลฯ จำเลยให้การว่า จำเลยจ้างเหมานายมานพให้ปลูกสร้างในที่ ๆ จำเลยมีสิทธิครอบครอง โจทก์เป็นผู้รับเหมาช่วงจากนายมานพ ต้องเรียกค่ารับเหมาจากนายมานพ ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ฎีกาโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า ที่จำเลยเข้าไปใช้อาคารพิพาทเป็นโรงเรียนนั้น การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ ในการที่โจทก์รับจ้างเหมาก่อสร้างอาคารกับนายมานพ สุทธิเจริญนั้น จำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เห็นด้วย จำเลยเป็นเพียงผู้จ้างเหมานายมานพ สุทธิเจริญ ก่อสร้างอาคารพิพาท จึงเป็นคู่สัญญากับนายมานพ สุทธิเจริญ เท่านั้น เมื่อนายมานพ สุทธิเจริญ คู่สัญญาของจำเลยได้มอบอาคารพิพาทซึ่งก่อสร้างในที่ดินซึ่งจำเลยเช่ามาให้แก่จำเลยเป็นลายลักษณ์อักษรตามข้อตกลงในหนังสือสัญญาจ้างที่ทำไว้ต่อกัน จึงเป็นการที่จำเลยได้รับมอบอาคารพิพาทไว้โดยชอบและย่อมเป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิที่จะใช้อาการพิพาทได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ และทำผิดสัญญาต่อโจทก์อย่างไร และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย จนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายประการอื่นอีก ฉะนั้น การที่จำเลยเข้าใช้อาคารพิพาทจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ด้วยประการใด ๆ ส่วนการที่นายมานพ สุทธิเจริญ จะได้ทำสัญญากับโจทก์เกี่ยวกับอาคารพิพาทไว้ประการใดนั้น เป็นเรื่องระหว่างนายมานพกับโจทก์เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องถึงจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เมื่อนายมานพทำผิดสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ โจทก์ก็ต้องฟ้องร้องว่ากล่าวเอาแก่นายมานพ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2511 นายอุทัย แซ่ง้อ โจทก์ นายเวก ผดุงเอก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุทัย แซ่ง้อ · ล. - นายเวก ผดุงเอก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุขารมณ์ · วงษ์ วีระพงศ์ · โชค จารุจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประพจน์ ถิระวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเช้า เฉลิมช่วง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา