⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 569/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์เกี่ยวกับดุลพินิจของศาลชั้นต้นในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ถือเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์หากโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยต้องคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษปรับ 50 บาท กระทงหนึ่ง 500 บาท อีกกระทงหนึ่ง ซึ่งแต่ละกระทงไม่เกิน 500 บาท คดีของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 มาตรา 10 อุทธรณ์เกี่ยวกับดุลพินิจของศาลชั้นต้นในเรื่องชั่งน้ำหนักคำพยานโจทก์มิใช่เป็นอุทธรณ์เกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานขับรถที่มีห้ามล้อมือใช้การไม่ได้และด้วยความเร็วสูงและโดยประมาท เป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่นเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๕, ๒๘, ๒๙, ๖๖ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓ กฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ข้อ ๑๐, ๑๓ กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๙ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานนำรถที่มีห้ามล้อมือใช้การไม่ได้มาใช้ เป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ข้อ ๑๓ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๖๖ แก้ไข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๑๓ กระทงหนึ่งและมีความผิดฐานขับรถประมาทตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙, ๖๖ แก้ไข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓ อีกกระทงหนึ่ง ให้ปรับจำเลยสำหรับความผิดกระทงแรกเป็นเงิน ๕๐ บาท และปรับสำหรับความผิดกระทงที่สองเป็นเงิน ๕๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๕๕๐ บาท ข้อหาอื่นนอกนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรมและศาลพิพากษาลงโทษจำเลย ๒ กรรม แต่ละกระทงปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท ฉะนั้น จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงทั้ง ๒ กระทง ส่วนอุทธรณ์จำเลยข้อ ๓ ที่ว่าศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้องและแตกต่างไปจากพยานโจทก์เป็นข้อกฎหมาย จึงให้รับอุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้ นอกนั้นเป็นข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์สำเนาให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าคดีของจำเลยต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนอุทธรณ์ข้อ ๒ ที่จำเลยอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายด้วยนั้น เห็นว่าเป็นอุทธรณ์คัดค้านดุลพินิจของศาลชั้นต้นว่า พยานโจทก์แตกต่างกันไม่พอฟังลงโทษจำเลย จึงไม่ใช่อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ให้ยกคำร้องของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยต้องคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษปรับ ๕๐ บาทกระทงหนึ่ง ๕๐๐ บาท อีกกระทงหนึ่ง ซึ่งแต่ละกระทงไม่เกิน ๕๐๐ บาท คดีของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแขวงในปัญหาข้อเท็จจริงตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าเป็นข้อกฎหมายนั้นเป็นอุทธรณ์เกี่ยวกับดุลพินิจของศาลชั้นต้นในเรื่องชั่งน้ำหนักคำพยานโจทก์มิใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2511 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายสมัย คำหอมกุล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · ล. - นายสมัย คำหอมกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประสม เภกะสุต · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายชูเชิด รักตะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา