คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ส่งสำนวนและอุทธรณ์ไปให้อธิบดีกรมอัยการพิจารณารับรองนั้น ผู้อุทธรณ์ต้องทำเป็นอุทธรณ์ตามกฎหมาย และศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยโดยทำเป็นคำพิพากษา
* การรับรองอุทธรณ์เป็นประโยชน์แก่ผู้อุทธรณ์เอง ผู้อุทธรณ์จึงต้องขวนขวายขอร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการเอง หาใช่อาศัยศาลเป็นเครื่องมือส่งต่อไปยังอธิบดีกรมอัยการไม่
ย่อคำพิพากษา
การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ส่งสำนวนและอุทธรณ์ไปให้อธิบดีกรมอัยการพิจารณารับรองตามคำร้องของโจทก์ร่วมนั้น ผู้อุทธรณ์ต้องทำเป็นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 และชอบที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยโดยทำเป็นคำพิพากษามิใช่ทำเป็นคำสั่ง แต่โดยที่ศาลอุทธรณ์ได้ทำคำสั่งโดยผู้พิพากษาสองนาย เพียงแต่ผิดแบบเฉพาะการทำเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งจึงไม่จำเป็นที่จะให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ (อ้างฎีกาที่ 1244/2503)
การที่จะให้อธิบดีกรมอัยการรับรองอุทธรณ์นั้น กฎหมายมิได้บัญญัติให้ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งอุทธรณ์ไปให้อธิบดีกรมอัยการรับรอง การรับรองอุทธรณ์เป็นประโยชน์แก่ผู้อุทธรณ์เอง ผู้อุทธรณ์จึงต้องขวนขวายขอร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการเอง หาใช่อาศัยศาลเป็นเครื่องมือส่งต่อไปยังอธิบดีกรมอัยการไม่ (อ้างฎีกาที่ 656/2506)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องต่อศาลแขวงราชบุรีว่าจำเลยกระทำผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ และพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๒๘๒, ๒๕๒ ที่แก้ไขแล้ว
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษปรับหนึ่งร้อยบาท ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ ข้อหาอื่นให้ยก
โจทก์ร่วมอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีนี้ลงชื่อรับรองให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์ได้ ถ้าหากไม่ลงชื่อรับรองตามที่โจทก์ร่วมร้องขอ ก็ขอให้ส่งคำร้องพร้อมด้วยอุทธรณ์และสำนวนคดีนี้ไปให้อธิบดีกรมอัยการพิจารณาลงชื่อรับรองอุทธรณ์แล้วขอให้ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมต่อไป
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีปัญหาสำคัญ จึงไม่รับรองให้อุทธรณ์ได้ และที่ขอให้ส่งสำนวนและคำร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการ ก็ไม่ใช่หน้าที่ศาลจะทำเช่นนั้น ให้ยกคำร้องและมีคำสั่งในอุทธรณ์ว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ ไม่รับอุทธรณ์
โจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ๒ นาย ทำเป็นคำสั่งว่า การที่จะขอให้อธิบดีกรมอัยการลงชื่อรับรองนั้นเป็นหน้าที่ของโจทก์ร่วมจะต้องดำเนินการเองศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่เช่นนั้น ให้ยกคำร้อง
โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ส่งสำนวนและอุทธรณ์ไปให้อธิบดีกรมอัยการพิจารณารับรองตามคำร้องของโจทก์ร่วมนั้น ผู้อุทธรณ์ต้องทำเป็นอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ และชอบที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยโดยทำเป็นคำพิพากษา มิใช่ทำเป็นคำสั่ง แต่โดยที่ศาลอุทธรณ์ได้ทำคำสั่งโดยผู้พิพากษาสองนาย เพียงแต่ผิดแบบเฉพาะการทำเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่ง จึงไม่จำเป็นที่จะให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ดังนัยฎีกาที่ ๑๒๔๔/๒๕๐๓ และการที่จะให้อธิบดีกรมอัยการรับรองอุทธรณ์นั้น กฎหมายมิได้บัญญัติให้ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งอุทธรณ์ไปให้อธิบดีกรมอัยการรับรอง การรับรองอุทธรณ์เป็นประโยชน์แก่ผู้อุทธรณ์เอง ผู้อุทธรณ์จึงต้องขวนขวายขอร้องไปยังอธิบดีกรมอัยการเอง หาใช่อาศัยศาลเป็นเครื่องมือส่งต่อไปยังอธิบดีกรมอัยการไม่ ดังนัยฎีกาที่ ๖๕๖/๒๕๐๖
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2511
ผู้ว่าคดีศาลแขวงราชบุรี โจทก์
นางเล็ก วงศาโรจน์ กับพวก โจทก์ร่วม
นายศิริ เผือกแตง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงราชบุรี · โจทก์ร่วม - นางเล็ก วงศาโรจน์ กับพวก · จำเลย - นายศิริ เผือกแตง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงราชบุรี - นายไพศาล วิบูลศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพนธ์ ศาตะมาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา