⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1134/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งกระทำความผิดโดยลำพัง และบุคคลอื่นเพียงแต่ร้องบอกให้กระทำซ้ำ แต่ผู้กระทำความผิดมิได้กระทำตาม และบุคคลนั้นได้หลบหนีไป ไม่ถือว่าเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้ง 2 กับพวกได้มาที่บ้านผู้เสียหายด้วยกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 มาห่างผู้เสียหาย 4 เมตร จำเลยที่ 1 ก็หยุดอยู่ตรงนั้น ส่วนจำเลยที่ 2 กับพวกได้หยุดไม่ คงเดินเลยบ้านผู้เสียหายไป 10 วาจึงหยุด เมื่อเป็นดังนี้การที่จำเลยที่ 1 ยิงผู้เสียหายโดยลำพังตนเอง จึงไม่แน่ว่าจำเลยที่2 จะได้ร่วมกันเพื่อทำร้ายผู้เสียหาย เพราะอาจฟังว่าจำเลยที่ 1 มาพบผู้เสียหาย และด้วยเคยมีเรื่องกันมาก่อน ส่วนการที่จำเลยที่ 2 ได้ร้องบอกให้จำเลยที่ 1 ยิงซ้ำ จำเลยที่ 1 ก็หาได้กระทำตามที่จำเลยที่ 2 กับพวกก็พากันหนีไปการกระทำของจำเลยที่ 2 ร้องบอกไม่ กลับวิ่งไปแล้วจำเลยทั้ง 2 ก็ยังไม่พอฟังว่าเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๑๐ เวลากลางวัน จำเลยทั้ง ๒ กับพวกที่หลบหนีอีก ๑ คน ร่วมกระทำผิดใช้ปืนยิงนายอ่วม สุวรรณรัตน์ โดยมีเจตนาฆ่าจำเลยกับพวกได้กระทำผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล เพราะกระสุนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ นายอ่วมจึงไม่ตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพว่าได้ทำผิดจริง ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ ๑ ได้ใช้ปืนยิงผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ พูดว่า "ยิงซ้ำอีก ๆ" แล้วจำเลยกับพวกก็หลบหนีไป การกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นการร่วมกันกระทำผิดด้วย พิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าขณะที่จำเลยที่ ๑ ยิงผู้เสียหายจำเลยที่ ๒ เดินเลยบ้านผู้เสียหายไปแล้วและเมื่อจำเลยที่ ๑ ยิงผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายได้ยินเสียงจำเลยที่ ๒ ร้องว่ายิงซ้ำ กรณีเท่านี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๑ เพราะได้ได้ร่วมทำร้ายผู้เสียหายแต่อย่างใด จำเลยที่ ๑ยิงแล้วก็หนี จำเลยที่ ๒ กับพวกวิ่งไปด้วยกัน จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ กับพวกได้มาบ้านผู้เสียหายด้วยกัน เมื่อจำเลยที่ ๑ ยิงผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ พูดว่ายิงซ้ำ แล้วก็หลบหนีได้ด้วยกัน จึงมีเจตนาร่วมกันกระทำผิดขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ด้วย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังว่า จำเลยที่ ๒ กับพวกได้มาที่บ้านผู้เสียหายด้วยกัน แต่จำเลยที่ ๑ หยุดอยู่ตรงบ้านผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ ๒ กับพวกหาได้หยุดไม่ คงเดินเลยบ้านผู้เสียหายไป ๑๐ วา จึงหยุด เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่จำเลยที่ ๑ ยิงผู้เสียหายโดยลำพังตนเอง จึงไม่แนว่าจำเลยที่ ๒ จะได้ร่วมกันเพื่อทำร้ายผู้เสียหาย เพราะอาจฟังว่าจำเลยที่ ๑ มาพบผู้เสียหายและด้วยมีเรื่องกันมาก่อน จำเลยที่ ๑ จึงตกลงใจยิงทำร้ายผู้เสียหายในขณะนั้นก็ได้ ส่วนจำเลยที่ ๒ บอกให้ยิงซ้ำ จำเลยที่ ๑ ก็หาได้ทำตามไม่ กลับวิ่งหนี จำเลยที่ ๒ กับพวกก็พากันหนีไป ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ ๒ ก็ยังไม่พอฟังว่าเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๒ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134/2512 พนักงานอัยการจังหวัดตรั โจทก์ นายสมคิด รอบคอบที่ 1 นายเหลือ นวลแก้ว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรั · จำเลย - นายสมคิด รอบคอบที่ 1 นายเหลือ นวลแก้ว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม สิริสาลี · ชิต บุณยประภัศร · พันธ นัยวิทิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายก้าน อันนานท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา