⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 153/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องแย้งจะต้องมีสิทธิและหน้าที่ทางแพ่งโต้แย้งกันอยู่พร้อมบริบูรณ์แล้ว จึงจะฟ้องได้ หนี้ที่อาจมีในภายหน้ายังไม่ถือว่าเป็นหนี้ที่พร้อมบริบูรณ์แล้วสำหรับยื่นฟ้องต่อศาล

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องแย้งก็เป็นฟ้องอย่างหนึ่งที่จะต้องเข้าลักษณะทั่วไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 คือตามฟ้องนั้นได้มีสิทธิและหน้าที่ทางแพ่งโต้แย้งกันอยู่พร้อมบริบูรณ์แล้ว จึงจะฟ้องกันได้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกแถวโจทก์ โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายจำเลยฟ้องแย้งว่าจำเลยซ่อมแซมห้องเช่า หากจำเลยต้องออกจากห้องเช่า โจทก์ต้องใช้เงินค่าซ่อมให้โจทก์จึงขอฟ้องแย้งดังนี้ จำเลยหาได้มีสิทธิเป็นเจ้าหนี้อยู่พร้อมบริบูรณ์ในขณะที่ยื่นฟ้องแย้งเข้ามาไม่ เป็นหนี้ที่หากจะถือว่ามีได้ก็เป็นหนี้ที่อาจมีในภายหน้าเท่านั้นยังไม่ใช่หนี้ที่พร้อมบริบูรณ์แล้วสำหรับยื่นฟ้องต่อศาลขอให้บังคับคดีได้ ศาลย่อมไม่รับฟ้องแย้งจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวโจทก์ทำการค้า โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว ขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและบริวารให้ส่งคืนตึกและใช้ค่าเสียหาย ฯลฯ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง จำเลยเช่าแล้วได้ซ่อมแซมห้องเช่า คือ ซ่อมพื้น ทาสีห้อง สิ้นเงินไป 6,000 บาท หากจำเลยต้องออกจากห้องเช่าโจทก์ต้องใช้เงินดังกล่าวให้จำเลย จึงขอฟ้องแย้ง ฯลฯ ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องแย้ง โดยว่าเป็นฟ้องมีเงื่อนไขต่อเมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยออกจากห้องเช่า ไม่เข้าลักษณะเป็นฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยจะถือเอาหลักเพียงว่า ถ้าฟ้องเกี่ยวเนื่องกันที่สามารถรวมพิจารณากันไปได้แล้ว ก็ต้องรับเอาไว้เป็นฟ้องแย้งนั้นหาเป็นการถูกต้องไม่ เพราะฟ้องแย้งก็เป็นฟ้องอย่างหนึ่งที่จะต้องเข้าลักษณะทั่วไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 คือ ตามฟ้องนั้นได้มีสิทธิและหน้าที่ทางแพ่งโต้แย้งกันอยู่พร้อมบริบูรณ์แล้วจึงจะฟ้องกันได้ สำหรับในเรื่องของจำเลยรายนี้ จำเลยยังหาได้มีสิทธิเป็นเจ้าหนี้อยู่พร้อมบริบูรณ์แล้วในขณะที่ยื่นฟ้องแย้งเข้ามานั้นไม่ เป็นหนี้ที่หากจะถือว่ามีได้ ก็เป็นหนี้ที่อาจมีในภายหน้าเท่านั้นยังไม่ใช่เป็นหนี้ที่พร้อมบริบูรณ์แล้วสำหรับยื่นฟ้องต่อศาลขอให้บังคับคดีได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2512 บริษัท ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ โดยนางเพ็ญจันทร์ ธรรมวงศ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเช็งกิ้ม แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · โจทก์ - โดยนางเพ็ญจันทร์ ธรรมวงศ์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายเช็งกิ้ม แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 72/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา