⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 155/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 155/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเข้าค้นบ้านในเวลากลางคืนโดยการปีนและรื้อฝาบ้าน ถือเป็นการกระทำที่ทำให้เจ้าของบ้านสำคัญผิดว่ามีโจรเข้าปล้น การกระทำของเจ้าของบ้านเพื่อป้องกันสิทธิของตนและทรัพย์สินให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ย่อมเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหมายค้นและหมายจับไปจับกุมจำเลยที่บ้านในเวลาวิกาล (ประมาณ 24 นาฬิกา) ได้ปีนบ้านและรื้อฝาบ้านจำเลยเข้าไป จำเลยสำคัญผิดคิดว่าโจรเข้าปล้นบ้านจึงใช้ปืนยิงตำรวจบาดเจ็บ พฤติการณ์ของจำเลยจึงมีลักษณะเป็นการป้องกันสิทธิของตนและของผู้อื่น และป้องกันทรัพย์ของจำเลยให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุและเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหมายจับและได้รับอนุญาตพิเศษจากผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงให้ทำการตรวจค้นบ้านของจำเลยได้แต่จำเลยไม่ยอมให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นและจับกุมจำเลย จำเลยกลับต่อสู้ขัดขวางและใช้อาวุธปืนยิงไปยังพนักงานตำรวจ ๑ นัดถูกร่างกายพลตำรวจเอี่ยมผู้เสียหายได้รับอันตรายถึงบาดเจ็บ ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาฆ่าเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งกระทำการตามหน้าที่แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๓๓ขอให้ริบปืนของกลาง จำเลยสู้ว่า ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าพนักงานมาในเวลาค่ำคืน จะเข้ามาในเรือนโดยใช้กำลังพังทลายเรือนเข้ามา จึงยิงไป ๑ นัด ด้วยเข้าใจว่าเป็นโจร ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยสำคัญผิดคิดว่าคนร้ายมาปล้น จึงใช้ปืนยิงเป็นการป้องกันตัวและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ พิพากษายกฟ้องปืนของกลางไม่ริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมและค้นบ้านจำเลยในเวลาค่ำคืนโดยได้รับอนุญาตพิเศษจากผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยไม่ยอมให้จับกุมและตรวจค้นและใช้อาวุธปืนยิงถูกผู้เสียหายบาดเจ็บโดยจำเลยรู้แล้วว่าเป็นพนักงานกระทำตามหน้าที่ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๙, ๘๐ ให้ลงโทษตามบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๘๙, ๘๐, ๙๐, ๕๒ ให้จำคุกจำเลย ๑๖ ปี ริบปืนของกลาง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยใช้ปืนยิงพลตำรวจเอี่ยมไปเพราะสำคัญผิดคิดว่าเป็นโจรจะมาปล้นบ้านจำเลย เพราะจำเลยเคยถูกปล้นโดยคนร้ายปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว ความสำคัญผิดของจำเลยจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๒ วรรคแรก ภยันตรายที่เกิดจากความสำคัญผิดนี้เป็นภยันตรายที่ร้ายแรงเกี่ยวกับการปล้นทรัพย์ในเวลาวิกาล และในชนบทที่เปลี่ยว ภยันตรายนี้เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง เพราะพลตำรวจเอี่ยมได้เข้าถึงเรือนจำเลย และได้ปีนเรือนและรื้อฝาเรือนส่องไฟฉายเข้าไปในเรือน บุตรภรรยาจำเลยร้องเรียกให้ช่วยว่าโจรปล้นการที่จำเลยใช้ปืนยิงพลตำรวจเอี่ยมจึงมีลักษณะเป็นการป้องกันสิทธิของตนและของผู้อื่น และป้องกันทรัพย์ของจำเลยให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยปืนของกลางไม่ริบ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 155/2512 อัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายหวัง เจ๊ะเด๊น หรือเจ๊ะเด็น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายหวัง เจ๊ะเด๊น หรือเจ๊ะเด็น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปันโน สุขทรรศนีย์ · ยง เหลืองรังษี · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ ปันยารชุน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 226/2529ฎีกา 2716/2535ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1165/2537ฎีกา 410/2546ฎีกา 2266/2534ฎีกา 182/2532ฎีกา 96/2529ฎีกา 7233/2549ฎีกา 1187/2543ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1697/2535ฎีกา 1036/2513ฎีกา 4952/2536ฎีกา 1283/2544ฎีกา 189/2487ฎีกา 5215/2539ฎีกา 1074/2466
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา