⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1550/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำในระหว่างการเจรจาธุรกิจ โดยมีเจตนาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อความชอบธรรมในการกระทำนั้น ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำหน้าที่ทนายให้กับลูกความ ในการไปเจรจาเรื่องรถยนต์ที่เช่าซื้อกับจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการแผนกเช่าซื้อของบริษัทฯ โจทก์จำเลยพูดโต้เถียงกัน จำเลยจึงพูดว่า "คุณเป็นทนายไม่รีบรักษาผลประโยชน์ของลูกความคุณเองจะมาโทษผมยังไง" ถ้อยคำที่จำเลยพูดกับโจทก์เช่นนี้ เป็นการพูดกล่าวในหน้าที่กางานของจำเลย เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนตามคลองธรรมศาลประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269(1) จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท และมิใช่เป็นการพูดดูหมิ่นซึ่งหน้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกล่าวหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ว่า "คุณเป็นทนายความไม่รักษาผลประโยชน์ของลูกความใช้ได้หรือ" ต่อหน้านางอำนวย นางแมรีและร้อยตำรวจตรีสมภพ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียในอาชีพ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ ประกอบด้วยมาตรา ๓๒๖,๓๙๓,๙๐,๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหาแห่งคำพูดที่โจทก์ว่าจำเลยกล่าวก็ดี หรือคำพูดที่จำเลยว่าจำเลยได้กล่าวแล้วก็ดี เห็นว่าต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ โจทก์กล่าวเพื่อประโยชน์ของฝ่ายนางแมรี่ว่า บริษัททำไม่ถูกต้องอย่างนั้นอย่างนี้ก็ดี จำเลยก็โต้ตอบว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะโจทก์ผู้เป็นทนายของนางแมรี่ไม่รักษาผลประโยชน์นางแมรี่ จึงเกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นอันเป็นวิสัยวิญญูชนในทางธุรกิจจะพูดจาโต้เถียงกันได้ ไม่เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า หรือหมิ่นประมาทใส่ความประการใด ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๐๒/๒๔๙๒ จำเลยยังไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ในวันเกิดเหตุโจทก์ทำหน้าที่ทนายให้กับนางแมรี่ ในการไปเจรจาเรื่องรถยนต์ที่เช่าซื้อกับจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการแผนกเช่าซื้อของบริษัทฯ โจทก์จำเลยพูดโต้เถียงกัน จำเลยจึงพูดว่า "คุณเป็นทนายไม่รีบรักษาผลประโยชน์ของลูกความคุณเอง จะมาโทษผมยังไง" ถ้อยคำที่จำเลยพูดกับโจทก์ และโจทก์นำมาฟ้องหาว่าจำเลยหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นซึ่งหน้านั้น เป็นการพูดกล่าวในหน้าที่การงานของจำเลย เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนตามคลองธรรมดาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑) จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท และมิใช่เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2512 นายประยูร ภมรศิริ โจทก์ นายธวัช บุณยะสุนานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประยูร ภมรศิริ · จำเลย - นายธวัช บุณยะสุนานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวรร ไวยหงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอน ไชยสุด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 347/2519ฎีกา 4324/2552ฎีกา 3/2542ฎีกา 1140/2522ฎีกา 117/2529ฎีกา 437/2505ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 933/2493ฎีกา 3553/2550ฎีกา 108/2525ฎีกา 846/2505ฎีกา 1342/2517ฎีกา 613/2532ฎีกา 4960/2533ฎีกา 8511/2554ฎีกา 2143/2530ฎีกา 1756/2521ฎีกา 1077/2504ฎีกา 990/2508ฎีกา 406/2567ฎีกา 1183/2510ฎีกา 1124/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา