คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ถ้อยคำที่กล่าวในระหว่างการเจรจาเรื่องงาน โดยมีลักษณะเป็นการโต้เถียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อป้องกันตนเองตามสมควร ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นซึ่งหน้า
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทำหน้าที่ทนายให้กับลูกความ ในการไปเจรจาเรื่องรถยนต์ที่เช่าซื้อกับจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการแผนกเช่าซื้อของบริษัท ฯ โจทก์จำเลยพูดโต้เถียงกัน จำเลยจึงพูดว่า"คุณเป็นทนายไม่รีบรักษาผลประโยชน์ของลูกความคุณเองจะมาโทษผมยังไง" ถ้อยคำที่จำเลยพูดกับโจทก์เช่นนี้ เป็นการพูดกล่าวในหน้าที่การงานของจำเลย เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนตามคลองธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1) จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท และมิใช่เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกล่าวหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ว่า "คุณเป็นทนายความไม่รักษาผลประโยชน์ของลูกความใช้ได้หรือ" ต่อหน้านางอำนวย นางแมรีและร้อยตำรวจตรีสมภพ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียในอาชีพ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ ประกอบด้วยมาตรา ๓๒๖, ๓๙๓, ๙๐, ๙๑
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคำพูดที่โจทก์ว่าจำเลยกล่าวก็ดี หรือคำพูดที่จำเลยว่าจำเลยได้กล่าวแล้วก็ดี เห็นว่าต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ โจทก์กล่าวเพื่อประโยชน์ของฝ่ายนางแมรี่ว่า บริษัททำไม่ถูกต้องอย่างนั้นอย่างนี้ก็ดีจำเลยก็โต้ตอบว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะโจทก์ผู้เป็นทนายของนางแมรี่ไม่รักษาผลประโยชน์ของนางแมรี่ จึงเกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นอันเป็นวิสัยวิญญูชนในทางธุรกิจจะพูดจาโต้เถียงกันได้ ไม่เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า หรือหมิ่นประมาทใส่ความประการใด ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๐๒/๒๔๙๒ จำเลยยังไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ในวันเกิดเหตุโจทก์ทำหน้าที่ทนายให้กับนางแมรี่ ในการไปเจรจาเรื่องรถยนต์ที่เช่าซื้อกับจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการแผนกเช่าซื้อของบริษัท ฯ โจทก์จำเลยพูดโต้เถียงกัน จำเลยจึงพูดว่า "คุณเป็นทนายไม่รีบรักษาผลประโยชน์ของลูกความคุณเอง จะมาโทษผมยังไง" ถ้อยคำที่จำเลยพูดกับโจทก์ และโจทก์นำมาฟ้องหาว่าจำเลยหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นซึ่งหน้านั้น เป็นการพูดกล่าวในหน้าที่การงานของจำเลย เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนตามคลองธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ (๑) จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท และมิใช่เป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2512
นายประยูร ภมรศิริ โจทก์
นายธวัช บุณยะสุนานนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประยูร ภมรศิริ · จำเลย - นายธวัช บุณยะสุนานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · อัศนี เกาไศยนันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวรร ไวยหงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอน ไชยสุต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา