⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1809/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1809/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การระบุตัวเจ้าทรัพย์ในฟ้องคดีลักทรัพย์ แม้จะไม่ระบุชื่อเจ้าทรัพย์โดยตรง แต่หากข้อเท็จจริงที่บรรยายในฟ้องทำให้พอเข้าใจได้ว่าทรัพย์นั้นเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และจำเลยสามารถต่อสู้คดีได้ ถือว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม 2. เมื่อจำเลยรับสารภาพข้อเท็จจริงในคดีแล้ว ศาลย่อมพิพากษาลงโทษตามข้อเท็จจริงที่จำเลยรับสารภาพนั้นได้ โดยไม่ต้องยกเอาข้อสงสัยว่าจำเลยอาจไม่ได้กระทำความจริงมาเป็นเหตุยกฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยบังอาจอาศัยโอกาสที่มีเพลิงไหม้ลักกระปุกอัดจารบีโรงสีเล็ก 1 อัน ราคา 80 บาท ของผู้ขนย้ายสิ่งของหนีไฟ โดยทุจริต ดังนี้ พอที่จะเข้าใจได้ว่าทรัพย์เป็นของคนใดคนหนึ่ง ในพวกขนของหนีไฟ แล้วจำเลยบังอาจลักเอาไป เท่ากับฟ้องระบุตัวเจ้าทรัพย์ไว้พอสมควรที่จำเลยต่อต่อสู้คดีได้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เมื่อจำเลยรับสารภาพแล้วว่าได้ลักของกลางของผู้ขนของหนีไฟ ศาลย่อมพิพากษาลงโทษไปได้ตามข้อเท็จจริงที่จำเลยรับสารภาพนั้น ศาลจะยกเอาข้อสงสัยว่า ที่จำเลยรับอาจไม่ใช่ความจริงมาเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๐ เวลากลางคืนหลังเที่ยง ขณะเกิดเพลิงไหม้ตลาดบริเวณสี่แยกสวนหมาก ผู้อยู่ใกล้บริเวณเพลิงไหม้จำนวนมากต่างพากันขนของหนีไฟ จำเลยบังอาจอาศัยโอกาสที่มีเพลิงไหม้ ลักกระปุกอัดจารบีโรงสีเล็ก ๑ อัน ราคา ๘๐ บาท ของผู้ขนย้ายสิ่งของหนีไฟโดยทุจริต เหตุเกิดตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ขอให้ลงโทษจำเลย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๒) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องไม่ได้ระบุว่าทรัพย์เป็นของผู้ใด ชื่ออะไร เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ อนึ่ง ของกลางอาจเป็นทรัพย์ที่เจ้าของสละละทิ้งหรือทำตกหล่นหาย จำเลยหยิบเอาไป อาจเป็นผิดฐานอื่น จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ฟ้องต้องมีการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี โดยปกติในคดีลักทรัพย์ ฟ้องย่อมต้องระบุชื่อเจ้าของทรัพย์เพื่อจำเลยจะต่อสู้คดีได้ แต่กฎหมายก็มิได้บังคัดเด็ดขาดว่าต้องระบุชื่อเจ้าทรัพย์เสมอไป เช่น ในกรณีที่ไม่อาจทราบตัวเจ้าของทรัพย์แน่นอนได้ คดีนี้ฟ้องกล่าวว่า ผู้อยู่ใกล้บริเวณเพลิงไหม้จำนวนมาก ต่างพากันขนของหนีไฟ จำเลยลักกระปุกอัดจารบีของผู้ขนย้ายสิ่งของหนีไฟ โดยทุจริตดังนี้ พอจะเข้าใจได้ว่า ทรัพย์เป็นของคนใดคนหนึ่งในพวกขนของหนีไฟ แล้วจำเลยบังอาจลักเอาไป เท่ากับฟ้องระบุตัวเจ้าของทรัพย์ไว้พอสมควรที่จำเลยต่อสู้คดีได้แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ส่วนที่ว่า ของกลางอาจเป็นทรัพย์ที่เจ้าของสละละทิ้ง เพราะเป็นทรัพย์มีราคาเล็กน้อยหรืออาจเป็นทรัพย์ที่เจ้าของทำตกหล่นหายนั้น เมื่อจำเลยรับสารภาพแล้วว่าได้ลักของกลางของผู้ขนของหนีไฟ ศาลย่อมพิพากษาลงโทษไปได้ตามข้อเท็จจริงที่จำเลยรับสารภาพนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๖ ศาลจะยกเอาข้อสงสัยว่า ที่จำเลยรับอาจไม่ใช่ความจริงมาเป็นเหตุยกฟ้องหาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1809/2512 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายวิรัตน์ พงษ์ไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายวิรัตน์ พงษ์ไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกวิท ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสมัคร สังวรราชทรัพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6025/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 831/2532ฎีกา 581/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา