⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 314/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาตามคำร้องในชั้นบังคับคดีมีปัญหาเพียงว่าจำเลยได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำพิพากษาหรือไม่เท่านั้น ไม่มีปัญหาต้องวินิจฉัยซ้ำไปถึงสิทธิครอบครองในที่พิพาทอีก.

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทตามที่โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยได้บุกรุกเข้าไปปลูกพืชพันธุ์ลงไปและขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ออกไปนั้น เป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินโจทก์ที่จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจนคดีถึงที่สุดแล้ว ดังนั้น การดำเนินการพิจารณาตามคำร้องของโจทก์จึงเป็นเรื่องในชั้นบังคับคดีและมีปัญหาเพียงว่า จำเลยได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำพิพากษาหรือไม่เท่านั้น ไม่มีปัญหาต้องวินิจฉัยซ้ำไปถึงว่าโจทก์จะมีสิทธิครอบครองที่พิพาทอีกหรือไม่ ดังข้อฎีกาของจำเลย ฉะนั้น ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดของศาล ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าจำเลยตกลงออกจากที่พิพาทศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดและจำเลยทราบคำบังคับแล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่พิพาทขอให้ศาลบังคับจำเลย ศาลหมายเรียกจำเลยมาสอบถามโจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าที่ดินที่จำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องอีกภายหลังที่ยอมความกันแล้วนั้น เป็นที่แปลงเดียวกันกับที่ดินที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยคดีนี้ โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการจงใจและไม่ปฏิบัติตามหมายบังคับคดีของศาลมีคำสั่งให้จำเลยออกจากที่พิพาทภายใน ๑๕ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินพิพาทตามที่โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปปลูกพืชพันธุ์และขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ออกไปนั้น เป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินที่โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความออกไปและจะไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไปซึ่งศาลได้พิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจนคดีถึงที่สุดแล้ว ดังนั้นการดำเนินการพิจารณาตามคำร้องของโจทก์จึงเป็นเรื่องในชั้นบังคับคดี และมีปัญหาเพียงว่าจำเลยได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำพิพากษาหรือไม่เท่านั้น ไม่มีปัญหาต้องวินิจฉัยไปถึงว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทอีกหรือไม่ดังข้อฎีกาของจำเลยฉะนั้น ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยต่อไป พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2512 นายทองพูน จิตมั่น โจทก์ นายตา หรือคำตา คำเคน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองพูน จิตมั่น · จำเลย - นายตา หรือคำตา คำเคน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุขารมณ์ · วงษ์ วีระพงศ์ · จินตา บุณยอาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีะเกษ - นายเดชา สุวรรณโน · ศาลอุทธรณ์ - นายมานิต มานะทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 6868/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 560/2529ฎีกา 70/2518ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา