⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ธนาคารนำเช็คที่ระบุชื่อผู้รับเงินและมีคำสั่งห้ามเปลี่ยนมือไปเข้าบัญชีส่วนตัวของบุคคลอื่น แม้บุคคลนั้นเคยเป็นตัวแทนของผู้รับเงิน แต่ถูกบอกเลิกการเป็นตัวแทนแล้ว ถือเป็นการประมาทเลินเล่อและต้องรับผิดต่อผู้รับเงินที่เป็นเจ้าของเช็คอันแท้จริง

ย่อคำพิพากษา

ชื่อ SALWEEN INDENTING AGENCY เป็นชื่อที่ตัวโจทก์ขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนพาณิชย์ เพื่อใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ และนายทะเบียนได้จดทะเบียนให้แล้ว โจทก์จึงเป็นเจ้าของชื่อนั้นโดยชอบ เมื่อเช็คที่พิพาทระบุชื่อโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบ ก. เป็นแต่ผู้ทำการแทนร้านและเซ็นสัญญาในนามของร้าน ไม่ใช่ผู้มีชื่อที่ระบุในเช็ค ก. จึงไม่ใช่ผู้ทรง เมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของธนาคารจำเลย จึงมีอำนาจฟ้อง เช็คพิพาทระบุชื่อ SALWEEN INDENTING AGENCY ซึ่งเป็นชื่อโจทก์จดทะเบียนต่อนายทะเบียนพาณิชย์แล้วเป็นผู้ถือและขีดคร่อม พร้อมทั้งเขียนคำสั่งว่า ACCOUNT PAYEE ONLY คือเป็นทำนองห้ามเปลี่ยนมือ ปรากฏว่าโจทก์ถอน ก. จากการเป็นตัวแทนเสียแล้ว ก. ไม่มีอำนาจนำเช็คพิพาทเข้าบัญชีของตนได้ ถึงแม้ว่าธนาคารจำเลยเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ทราบเรื่องการบอกเลิกการเป็นตัวแทน แต่การที่ธนาคารจำเลยนำเช็คเข้าบัญชีของ ก. เท่ากับเป็นการนำเช็คของโจทก์ไปเข้าบัญชีส่วนตัวของ ก. โดยเชื่อว่าเป็นตัวแทนของโจทก์ ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นทางให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ เป็นทางปฏิบัติที่ธนาคารทั้งหลายไม่พึงกระทำ ถือว่าธนาคารจำเลยประมาทเลินเล่อ แม้ธนาคารจำเลยจะสุจริตจริง แต่เมื่อ ก. ไม่มีสิทธิในเช็ค ธนาคารจำเลยก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ผู้เป็นเจ้าของอันแท้จริงแห่งเช็คนั้น กรณีไม่เข้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1000

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.917 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1000

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของร้าน "แซลวิน อินเด็นติ้ง เอเย่นซี" ร้านโจทก์มีรายได้ค่านายหน้าขายกระจกให้แก่บริษัทในต่างประเทศ ๖๗๕ ปอนด์ ๓ ชิลลิง ๖ เพนนี บริษัทต่างประเทศส่งเงินนี้ให้ร้านโจทก์ผ่านธนาคารมอสโคว์ ธนาคารมอสโคว์ส่งมายังธนาคารเกษตร โจทก์ขอรับเงินจากธนาคารเกษตร ธนาคารเกษตรแจ้งว่าออกเช็คสั่งจ่ายเงินนี้โดยเช็คเลขที่ เอฟ.๗๗๖๕๖๖ ลงวันที่ ๑๗ ก.ย. ๐๖ เป็นเงินไทย ๓๘, ๙๘๑ บาท ๒๓ สตางค์ ระบุชื่อร้านโจทก์เป็นผู้รับเงินและขีดคร่อมเช็คระบุกลางเส้นที่ขีดคร่อมว่า "ACCOUNT PAYEE ONLY" แต่เช็คฉบับนี้สาขาของจำเลยเรียกเก็บเงินจากธนาคารเกษตรเรียบร้อยแล้ว ความจริงโจทก์ไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารจำเลย การที่จำเลยสลักหลังและเรียกเก็บเงินตามเช็คจากธนาคารเกษตร จึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและธรรมเนียมประเพณีธนาคาร เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ยังไม่ได้รับเงินตามเช็ค ขอให้จำเลยใช้เงินจำนวนดังกล่าวกับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเช็ค ไม่มีสิทธิ์ในเช็ค ไม่มีอำนาจฟ้อง ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ชื่อ แซลวินอินเด็นติ้ง เอเย่นซี SALWEEN INDENTING AGENCY เป็นชื่อที่ตัวโจทก์ได้ขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนพาณิชย์ เพื่อใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ และนายทะเบียนได้จดทะเบียนให้แล้ว โจทก์จึงเป็นเจ้าของชื่อนั้นโดยชอบ เมื่อเช็คที่พิพาทระบุชื่อ SALWEEN INDENTING AGENCY ซึ่งเป็นชื่อที่โจทก์เป็นเจ้าของ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบ นายกุลาม เอ. ฮูเซ็น เป็นแต่ผู้ทำการแทนร้านและเซ็นสัญญาในนามของร้าน ไม่ใช่ผู้มีชื่อที่ระบุไว้ในเช็ค นายกุลาม เอ. ฮูเซ็น จึงไม่ใช่ผู้ทรง เมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของธนาคารจำเลย จึงมีอำนาจฟ้องธนาคารจำเลยได้ ปัญหามีว่า จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เช็คที่พิพาทหมาย จ.๑๔ ระบุชื่อ SALWEEN INDENTING AGENCY เป็นผู้ถือและขีดคร่อม พร้อมทั้งเขียนคำสั่งว่า ACCOUNT PAYEE ONLY คือเป็นทำนองห้ามเปลี่ยนมือ แต่การที่ธนาคารจำเลยกลับนำเอาเช็คที่พิพาทไปเข้าบัญชีของนายกุลาม เอ. ฮูเซ็น มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารจำเลย และธนาคารจำเลยเชื่อตามหนังสือมอบอำนาจที่นายกุลาม เอ. ฮูเซ็น นำมาแสดงว่านายกุลาม เอ. ฮูเซ็น เป็นตัวแทนของโจทก์ แต่โจทก์ก็นำสืบได้ว่าในระหว่างที่ธนาคารจำเลยเรียกเก็บเงินตามเช็คที่พิพาท โจทก์ได้ถอนการมอบอำนาจเสียแล้ว ฉะนั้น ในขณะนั้นนายกุลาม เอ. ฮูเซ็น จึงไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ ไม่มีอำนาจนำเช็คที่พิพาทเข้าบัญชีของตนได้ ถึงแม้ว่าธนาคารจำเลยจะเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ทราบเรื่องการบอกเลิกการเป็นตัวแทนของนายกุลาม เอ. ฮูเซ็น แต่การที่ธนาคารจำเลยปฏิบัติเช่นนั้น เท่ากับเป็นการนำเช็คของโจทก์ไปเข้าบัญชีส่วนตัวของนายกุลาม เอ. ฮูเซ็น ซึ่งเห็นได้ว่าอาจเป็นทางให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ เป็นทางปฏิบัติที่ธนาคารทั้งหลายไม่พึงกระทำ ดังที่ปรากฏตามคำเบิกความของนายเฉลิม ยงบุญเกิด ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีธนาคารแห่งประเทศไทยพยานโจทก์ว่า แม้จะมีใบมอบอำนาจปรากฏชัดว่าให้ผู้รับมอบอำนาจนำเช็คเข้าบัญชีของผู้รับมอบอำนาจได้ กรณีตามเช็ค จ.๑๔ นี้ ผู้รับมอบอำนาจก็จะนำเช็ค จ.๑๔ เข้าบัญชีของตนไม่ได้ เพราะฉะนั้น การที่ธนาคารจำเลยนำเช็คซึ่งระบุชื่อโจทก์เป็นผู้ถือและขีดคร่อมทั่วไปพร้อมทั้งเขียนเป็นคำสั่งว่า "ACCOUNT PAYEE ONLY" ไปเข้าบัญชีของผู้อื่น โดยเชื่อว่าเป็นตัวแทนโจทก์ ย่อมถือได้ว่าธนาคารจำเลยประมาทเลินเล่อ แม้ธนาคารจำเลยจะสุจริตจริง แต่เมื่อปรากฏว่านายกุลาม เอ. ฮูเซ็น ไม่มีสิทธิในเช็คนั้น ธนาคารจำเลยก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ผู้เป็นเจ้าของอันแท้จริงแห่งเช็คนั้น กรณีไม่เข้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๐ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2512 นายอิบราฮิม เอ. อาซีซ โจทก์ ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอิบราฮิม เอ. อาซีซ · จำเลย - ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ชลัม รุทระวณิช · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสนับ คัมภีรยส · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา