⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 426/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2512

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เรียงคำฟ้องและรับว่าความในหน้าที่ของทนายความ ข้อความที่ปรากฏในคำฟ้องเป็นข้อความที่ได้จากคำบอกเล่าของจำเลยที่ 1 (ซึ่งเป็นลูกความ) และจะเป็นความเท็จหรือความจริง จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทนายความย่อมไม่มีโอกาสจะทราบได้นอกจากจะปรากฏตามหลักฐานที่นำสืบ หากในเวลาภายหน้าความปรากฏขึ้นว่า คำฟ้องมีข้อความอันเป็นเท็จ ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบก็คือจำเลยที่ 1 หาใช่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นแต่ผู้เรียงคำฟ้องตามคำบอกเล่าในหน้าที่ของทนายความไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.175 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันนำเอาความเท็จมาฟ้องว่านายเสงี่ยม ยินดีพิธ กระทำผิดอาญา ว่านายเสงี่ยมเรียกร้องเอาเงินจากจำเลยเพื่อจะได้ไม่สั่งให้พนักงานสอบสวนจับจำเลยที่ ๑ ไปส่งฟ้องและเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาททำให้นายเสงี่ยมเสียหาย จำเลยทั้งสองเป็นจำเลยคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๓๐๒/๒๕๐๙, ๑๐๔๘/๒๕๐๙ของศาลจังหวัดนครราชสีมาและจำเลยที่ ๒ เป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๕๗๙/๒๕๐๙, ๑๒๗๘/๒๕๐๙ ของศาลแขวงนครราชสีมา และศาลจังหวัดนครราชสีมาตามลำดับ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๖, ๑๗๕, ๑๘๑(๒), ๓๒๖, ๓๒๘, ๘๓ และขอให้นับโทษต่อ จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๕, ๑๘๑(๒), ๓๒๖, ๓๒๘, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๗๕, ๑๘๑(๒)อันเป็นบทหนัก จำคุก ๑ ปี คดีที่ขอให้นับโทษต่อยังไม่ได้พิพากษาจึงให้ยกคำขอ โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยที่ ๒ คบคิดกับจำเลยที่ ๑ และไม่มีข้อเท็จจริงจะวินิจฉัยว่าความจริงในเรื่องที่ผู้เสียหายถูกฟ้องเป็นอย่างไร เพราะศาลสั่งจำหน่ายคดีเรื่องนั้นก่อนไต่สวนมูลฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานนำสืบว่าจำเลยทั้งสองได้สมคบกัน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้เรียงคำฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ได้นำสืบว่าจำเลยที่ ๑ มาปรึกษาเล่ารายละเอียดให้ฟัง และจะฟ้องผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ ตกลงรับว่าความให้ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๒ เรียงคำฟ้องและรับว่าความในหน้าที่ของทนายความ ข้อความที่ปรากฏในคำฟ้อง จึงเป็นข้อความที่ได้จากคำบอกเล่าของจำเลยที่ ๑ และจะเป็นความเท็จหรือความจริง จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นทนายความย่อมไม่มีโอกาสจะทราบได้ นอกจากจะปรากฏตามหลักฐานที่นำสืบหากในเวลาภายหน้าความปรากฏชัดว่า คำฟ้องมีข้อความอันเป็นเท็จผู้ที่จะต้องรับผิดชอบก็คือจำเลยที่ ๑ หาใช่จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นแต่ผู้เรียงคำฟ้อง ตามคำบอกเล่าในหน้าที่ของทนายความไม่ ส่วนฟ้องของจำเลยที่ ๑ จะมีข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่นั้น พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าคำฟ้องจำเลยเป็นเท็จ พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2512 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายสาย กาญจนจินดา ที่ 1 นายโพธิ์ วรรณปักษ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายสาย กาญจนจินดา ที่ 1 นายโพธิ์ วรรณปักษ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประพันธ์ ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง จินดานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 3014/2531ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1499/2531ฎีกา 389/2542ฎีกา 9435/2554ฎีกา 1105/2519ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา