⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 719/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 719/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ถูกใช้ให้ขนทรัพย์ไปตามคำสั่งของเจ้าของทรัพย์นั้น ความยึดถือครอบครองในทรัพย์ยังคงอยู่กับเจ้าของทรัพย์ การเอาทรัพย์ไปจึงเป็นการลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกมีฐานะเพียงแต่เป็นผู้ถูกใช้ให้ขนทรัพย์ไปตามคำสั่งของเจ้าของทรัพย์เท่านั้น ฉะนั้นความยึดถือครอบครองในทรัพย์นั้นยังคงอยู่กับเจ้าของทรัพย์ เมื่อจำเลยเอาทรัพย์ไป จึงเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ใช่ความผิดฐานยักยอก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๕ สมคบร่วมกันลักทรัพย์ หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๗), ๓๕๗, ๘๓ จำเลยทั้ง ๕ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๕ มีความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้อง จำคุกไว้คนละ ๕ ปี จำเลยที่ ๑ รับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจกคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๓ ปี ๔ เดือน จำเลยทั้ง ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง ๕ ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยที่ ๑ เฉพาะข้อ ๒ (๓) และฎีกาจำเลยที่ ๒ เฉพาะข้อ (๒) และ (๓) ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนจำเลยที่ ๓, ๔, ๕ ยื่นฎีกาโดยมิได้ลงลายมือชื่อในฎีกา แม้แต่ทนายผู้รับมอบอำนาจให้อุทธรณ์ฎีกาแทนจำเลย ก็มิได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ฎีกาแทนจำเลย จึงเป็นฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยที่ ๑ และ ๒ แล้วสรุปฎีกาว่า ๑. เมื่อจำเลยที่ ๑ รับเอาทรัพย์ของกลางจากหน่วยจัสแม็กสัตหีบแล้วทรัพย์ของกลางย่อมอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ โดยชอบด้วยกฎหมาย หากมีเจตนาทุจริตเอาไปภายหลัง ก็ควรมีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ๒. การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นำเอาคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๑ ซึ่งซัดทอดจำเลยอื่นมาลงโทษจำเลยที่ ๒ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อที่ ๑ ว่า หน่วยส่งบำรุงกำลังที่ ๙ เป็นหน่วยย่อยของหน่วยที่ปรึกษาทางการทหารขอสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (หน่วยจัสแม็ค) มีหน้าที่ควบคุมรับผิดชอบขนส่งสินค้าขึ้นจากเรือ แล้วจัดมอบให้กับหน่วยทหารต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศไทย โดยจัดส่งทางรถยนต์ขององค์การ ร.ส.พ. จำเลยที่ ๑ เป็นคนขับขององค์การ ร.ส.พ. ได้ขับรถบรรทุกทรัพย์ของกลางจากหน่วยจัสแม็คสัตหีบ เพื่อส่งไปให้หน่วยเนวีเอกซเชนจ์ที่ท่าเรือคลองเตยกรุงเทพ ฯ ดังนี้จะถือว่าหน่วยจัสแม็คผู้เป็นเจ้าของได้มอบหมายการครอบครองในทรัพย์ของกลางให้กับจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ เพราะจำเลยที่ ๑ มีฐานะเพียงแค่เป็นผู้ถูกใช้ให้ขนไปตามคำสั่งของเจ้าของ ความยึดถือครอบครองในทรัพย์ของกลางยังคงอยู่กับหน่วยจัสแม็คผู้เป็นเจ้าของตามเดิม เมื่อจำเลยที่ ๑,๒,๓,๔,๕ เอาทรัพย์รายนี้ไป จึงเป็นการรวมกันเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดฐานยักยอก ส่วนปัญหาตามฎีกาข้อ ๒ นั้น ข้ออ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อาศัยคำรับชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๑ ซึ่งซัดทอดจำเลยอื่นอย่างเดียวมาลงโทษจำเลยที่ ๒ ไม่เป็นความจริง เพราะโจทก์มีพยานหลักฐานอื่นด้วย ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาฎีกาข้อนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 719/2512 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายมั่น โทนสูงเนิน กับพวกรวม 5 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายมั่น โทนสูงเนิน กับพวกรวม 5 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประมวล สุวรรณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายศวิต สมหวัง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 7100/2538ฎีกา 268/2468ฎีกา 1057/2514ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2975/2529ฎีกา 2597/2516ฎีกา 1140/2507ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 979/2501ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 3595/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา