⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 747/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 747/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องลงโทษตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7 บัญญัติห้ามมิให้ทำหรือมีไว้ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ผู้ฝ่าฝืนให้ลงโทษตามมาตรา 72 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 3 วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "อาวุธปืน" หมายความรวมตลอดถึงอาวุธปืนทุกชนิด ฯลฯ และส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืนนั้น ๆ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญ และได้ระบุไว้ในกฎกระทรวง วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "เครื่องกระสุนปืน" หมายความรวมตลอดถึงหัวกระสุนโดด กระสุนปลาย กระสุนแตก ฯลฯ หรือเครื่อง หรือสิ่งสำหรับอัด หรือทำ หรือใช้ประกอบเครื่องกระสุนปืน กฎกระทรวงฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2491) กำหนดว่า ส่วนของอาวุธปืนที่จะกล่าวต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นอาวุธปืน คือลำกล้อง เครื่องลั่นไก หรือส่วนประกอบสำคัญของเครื่องลั่นไก พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 บัญญัติให้ใช้ความต่อไปนี้แทน มาตรา 72 (วรรคหนึ่ง) ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 3 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท (วรรค 2) ถ้าการฝ่าฝืนตามวรรคหนึ่งเป็นเพียงกรณีเกี่ยวกับส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืน ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้ ข้อกฎหมายที่จะลงโทษจำเลยจึงมี 2 ประการ ประการแรกเกี่ยวกับอาวุธปืน ประการหลัง เกี่ยวกับเครื่องกระสุนปืน ซึ่งจะต้องวางโทษตามมาตรา 72 วรรคสอง วรรคหนึ่งตามลำดับ และลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 72 วรรคหนึ่งประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.1

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การรับสารภาพว่า จำเลยได้บังอาจทำและมีไว้ในความครอบครองซึ่งลำกล้องปืนยาว กล้องโกร่งไกปืน ๑ อัน ซึ่งเป็นส่วนของอาวุธปืนอันถือว่าเป็นอาวุธปืนตามกฎหมาย กับแก๊ปกระดาษ ๑ ขวด ดินปืน ๑ ขวด ตะกั่ว ๑ แท่ง สำหรับใช้อัดทำประกอบเครื่องกระสุนปืน อันถือว่าเป็นเครื่องกระสุนปืนตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ กฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ข้อ ๑ จำคุก ๒ ปี คำรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงเหลือโทษจำคุก ๑ ปี กับให้ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยอายุยังน้อย เพิ่งกระทำผิครั้งแรกเพื่อใช้ป้องกันทรัพย์สิน ขอให้ลงโทษในสถานเบา คือ รอการลงโทษหรือปรับ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดของจำเลยต้องด้วยบทบัญญัติดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา แต่เมื่อพิเคราะห์มาตรา ๗๒ ซึ่งได้แก้ไขตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ แล้ว เห็นว่า จำเลยควรได้รับโทษตามมาตรา ๗๒ วรรค ๒ เพราะจำเลยฝ่าฝืนเพียงกรณีเกี่ยวกับส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืนดังที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงเท่านั้น ศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยสูงเกินไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก ๔ เดือน ลดโทษลงกึ่งหนึ่งเพราะรับสารภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกเพียง ๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์บรรยายฟ้องแยกออกเป็น ๒ ประการคือ ฐานทำกับมีอาวุธปืนประการหนึ่ง ฐานทำกับมีเครื่องกระสุนปืนประการหนึ่ง ความผิดฐานทำกับมีลำกล้องปืนยาว ๑ ลำกล้อง โกร่งไกปืน ๑ อัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธปืน ศาลอุทธรณ์ยกบทมาตรามาลงโทษนั้นชอบแล้ว ส่วนความผิดฐานทำกับมีเครื่องกระสุนปืนเกี่ยวกับของกลางตามฟ้องนั้น หาได้มีกฎกระทรวงบัญญัติไว้ต่างหากไม่ จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ จะต้องรับโทษตามมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน วรรค ๑ หาเข้าวรรค ๒ อย่างเดียวไม่ ทั้งตามมาตรา ๗๒ วรรค ๑ กำหนดโทษขั้นต่ำไว้ตั้งแต่ ๖ เดือน ถึง ๕ ปี ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษนั้นต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด หาชอบไม่ ขอให้ลงโทษจำเลยดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗ บัญญัติห้ามมิให้ทำหรือมีไว้ซึ่งอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ผู้ฝ่าฝืนให้ลงโทษตามมาตรา ๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๓ วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "อาวุธปืน" หมายความรวมตลอดถึงอาวุธปืนทุกชนิด ฯลฯ และส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืนนั้น ๆ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่าสำคัญ และได้ระบุไว้ในกฎกระทรวง วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "เครื่องกระสุนปืน" หมายความรวมตลอดถึงหัวกระสุนโดด กระสุนปราย กระสุนแตก ฯลฯ หรือเครื่องหรือสิ่งสำหรับอัด หรือทำ หรือใช้ประกอบเครื่องกระสุนปืน กฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๑) กำหนดว่าส่วนของอาวุธปืนที่จะกล่าวต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นอาวุธปืน คือ ลำกล้อง เครื่องลั่นไก หรือส่วนประกอบสำคัญของเครื่องลั่นไก พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ บัญญัติให้ใช้ความต่อไปนี้แทนมาตรา ๗๒ (วรรคหนึ่ง) ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๔ เดือน ถึง ๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๑,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท (วรรค ๒) ถ้าการฝ่าฝืนตามวรรคหนึ่งเป็นเพียงกรณีเกี่ยวกับส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืน ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้ ข้อกฎหมายที่จะลงโทษจำเลยจึงมี ๒ ประการ ประการแรกเกี่ยวกับอาวุธปืน ประการหลังเกี่ยวกับเครื่องกระสุนปืน ซึ่งจะต้องวางโทษตามมาตรา ๗๒ วรรคสอง วรรคหนึ่งตามลำดับ และลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่งประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายที่อ้างถึง มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่งประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกกับลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เพราะให้การรับสารภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงเหลือโทษจำคุก ๑ ปี แต่ให้รอลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ภายในระยะเวลา ๓ ปี เพราะของกลางมีเพียงจำนวนน้อย และจำเลยต้องขังมา ๒ เดือนเศษแล้ว นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 747/2512 อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายหมัดน๊อด โส๊ะหมัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายหมัดน๊อด โส๊ะหมัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · วิริยะ เกิดศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายวิศิษฏ์ ลิมานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกำจร ปัทมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 9114/2552ฎีกา 180/2554ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 1336/2553ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 4534/2531ฎีกา 1666/2521ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา