คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในครอบครอง แม้จะเกิดขึ้นในวาระเดียวกัน ก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่แยกฐานความผิดทั้งสองออกจากกัน
ย่อคำพิพากษา
เดิมกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในมาตราเดียวกัน ต่อมาได้มีการแก้ไขโดยบัญญัติแยกไว้คนละมาตราเป็นคนละฐานความผิด จึงเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้เป็นคนละความผิดกัน ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในความครอบครองในวาระเดียวกันก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จำเลยมีฝิ่นดิบ มูลฝิ่นและกล้องสูบฝิ่น ไว้ในความครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๒, ๘, ๑๑, ๓๔, ๕๓, ๕๓ ทวิ, ๖๖, ๖๙ ฯลฯ และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นเป็นความผิดในลักษณะเดียวกัน จำเลยมีไว้ในความครอบครองในวาระเดียวกัน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงลงโทษในความผิดฐานมีฝิ่นไว้ในความครอบครอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนัก วางโทษจำคุก ๖ เดือน ฐานมีกล้องสูบฝิ่นปรับ ๒๐๐ บาท รวมจำคุก ๖ เดือน และปรับ ๒๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๑๐๐ บาท ของกลางริบ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นเป็นความผิดหลายกรรม ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษฐานมีมูลฝิ่นไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายตามมาตรา ๕๓ ทวิ ด้วยโดยวางโทษจำคุก ๖ เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน รวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นลงไว้เป็นจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๑๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกาว่า ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นเป็นความผิดกรรมเดียวกัน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า เดิมพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ บัญญัติเกี่ยวกับการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในมาตราเดียวกัน คือมาตรา ๕๓ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๒ บัญญัติแยกไว้คนละมาตราเป็นคนละฐานความผิด คือฐานมีฝิ่นผิดตามมาตรา ๕๓ ฐานมีมูลฝิ่นผิดตามมาตรา ๕๓ ทวิ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้คนละความผิดกัน ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในความครอบครองในวาระเดียวกัน แต่วัตถุของกลางเป็นคนละสิ่ง ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2525
พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์
นายชาญเว่น แซ่ย่าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · จำเลย - นายชาญเว่น แซ่ย่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพะเยา - นายเกษม เวชศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา