คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2525
ป.อาญา ม.90, 91 · พ.ร.บ.ฝิ่น ม.53
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในครอบครอง แม้จะเกิดขึ้นในวาระเดียวกัน ก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่แยกฐานความผิดทั้งสองออกจากกัน
ย่อคำพิพากษา
เดิมกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในมาตราเดียวกัน ต่อมาได้มีการแก้ไขโดยบัญญัติแยกไว้คนละมาตราเป็นคนละฐานความผิด จึงเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้เป็นคนละความผิดกัน ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในความครอบครองในวาระเดียวกันก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จำเลยมีฝิ่นดิบ มูลฝิ่นและกล้องสูบฝิ่น ไว้ในความครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๒, ๘, ๑๑, ๓๔, ๕๓, ๕๓ ทวิ, ๖๖, ๖๙ ฯลฯ และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นเป็นความผิดในลักษณะเดียวกัน จำเลยมีไว้ในความครอบครองในวาระเดียวกัน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงลงโทษในความผิดฐานมีฝิ่นไว้ในความครอบครอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนัก วางโทษจำคุก ๖ เดือน ฐานมีกล้องสูบฝิ่นปรับ ๒๐๐ บาท รวมจำคุก ๖ เดือน และปรับ ๒๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๑๐๐ บาท ของกลางริบ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นเป็นความผิดหลายกรรม ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษฐานมีมูลฝิ่นไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายตามมาตรา ๕๓ ทวิ ด้วยโดยวางโทษจำคุก ๖ เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน รวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นลงไว้เป็นจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๑๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกาว่า ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นเป็นความผิดกรรมเดียวกัน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า เดิมพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ บัญญัติเกี่ยวกับการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในมาตราเดียวกัน คือมาตรา ๕๓ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๒ บัญญัติแยกไว้คนละมาตราเป็นคนละฐานความผิด คือฐานมีฝิ่นผิดตามมาตรา ๕๓ ฐานมีมูลฝิ่นผิดตามมาตรา ๕๓ ทวิ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้คนละความผิดกัน ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในความครอบครองในวาระเดียวกัน แต่วัตถุของกลางเป็นคนละสิ่ง ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2525
พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์
นายชาญเว่น แซ่ย่าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · จำเลย - นายชาญเว่น แซ่ย่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพะเยา - นายเกษม เวชศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา