⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8/2512

ป.อาญา ม.326, 329

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวข้อความอันเป็นเท็จในลักษณะที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียหาย โดยผู้กล่าวอ้างว่าตนมีส่วนได้เสียและกล่าวเพื่อความเป็นธรรมในฐานะผู้แทนของคู่พิพาท ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้มีส่วนได้เสียจากการเช่าที่ดินของวัด ได้พูดกับโจทก์ว่าไปหลอกลวงพระ โดยพูดต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องการปลูกสร้างตึกแถวในที่ดินของวัด ดังนี้ ถือว่าเป็นการกล่าวในฐานะที่ตนมีส่วนได้เสียและเพื่อความเป็นธรรมในฐานะที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนฝ่ายคู่พิพาทกับโจทก์ จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความที่ถูกกล่าวหาโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียของตน จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.329 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกล่าวคำพูดหมิ่นประมาทโจทก์ว่า "ลื้อไปหลอกลวงพระใช่ไหม" ต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัดและบุคคลอื่น เป็นเหตุให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษ ศาลแขวงนครราชสีมาไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูล จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยผิดตามมาตรา ๓๒๖ จึงพิพากษาจำคุก ๑ เดือน และปรับ ๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้ยกตามมาตรา ๕๕ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยพูดกับโจทก์ว่า ลื้อมีหนังสือไปหลอกลวงพระ เป็นการพูดไปโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมและเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของจำเลย ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นผู้มีส่วนได้เสียจากการเช่าที่ดินของวัด เป็นผู้หนึ่งที่เช่าห้องและที่ของวัด ทั้งจำเลยกับพวกอีก ๔ คนเป็นตัวแทนของผู้เช่าเดิม จำเลยพูดไปในฐานะที่ตนมีส่วนได้ส่วนเสีย และเพื่อความเป็นธรรม ในฐานะที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนฝ่ายคู่พิพาทกับโจทก์ พูดต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัดที่ให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องการปลูกสร้างตึกแถวในที่ดินให้แก่วัด จำเลย-แสดงความคิดเห็นหรือข้อความที่ถูกกล่าวหาโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียของตน และเกี่ยวกับตนเป็นผู้แทนผู้เช่าทั้งปวงตามทำนองคลองธรรมแล้ว กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8/2512 นายอุดม ลิมปีสุรีย์ โจทก์ นายเม่งกวงหรือมีกวง แซ่ลิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดม ลิมปีสุรีย์ · จำเลย - นายเม่งกวงหรือมีกวง แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร หุตะโกวิท · จิตติ ติงศภัทิย์ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนครราชสีมา - นายสุนทร วรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3901/2545ฎีกา 4324/2552ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 3/2542ฎีกา 110/2516ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 1105/2519ฎีกา 437/2505ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 933/2493ฎีกา 3553/2550ฎีกา 9328/2557ฎีกา 2172/2537ฎีกา 2887/2540ฎีกา 1342/2517ฎีกา 3050/2544ฎีกา 622/2483ฎีกา 8511/2554ฎีกา 2143/2530ฎีกา 140/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา