คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีใหม่ที่ข้อหาและประเด็นแห่งคดีแตกต่างจากคดีที่เสร็จเด็ดขาดไปแล้ว ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ
ย่อคำพิพากษา
คดีหมายเลขแดงที่ 212/2504 พิพาทกันเรื่องละเมิด ขอให้ทำเขื่อนกั้นที่ดิน คดีเสร็จเด็ดขาดกันไปแล้ว คดีนี้ โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทำรั้วเขตที่รุกล้ำเข้ามาในที่ของโจทก์ เป็นคนละเรื่องกัน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์จำเลยที่ ๑ มีเขตติดต่อกัน จำเลยทั้งสามทำรั้วไม้บนเสาหัวเขื่อนรุกแนวเขตที่ดินเข้ามาในที่ดินกว้างประมาณ ๑๑ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๒ เมตรเศษ ขอให้พิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหาย และให้จำเลยรื้อรั้วที่ปลูกสร้างรุกล้ำ ฯลฯ
จำเลยทั้งสามให้การว่า รั้วไม้ที่ทำขึ้นอยู่ในที่ดินของจำเลยที่ ๑ ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อรั่วพิพาทออกไปจากที่ดินโจทก์ ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
มูลคดีนี้สืบเนื่องมาจากคดีแดงของศาลชั้นต้นที่ ๒๑๒/๒๕๐๔ ระหว่างเด็กชายศักดา ธีระศักดิ์ ฯ โจทก์ (คือจำเลยคดีนี้) เด็กชายสุระควง ฯ จำเลย (คือโจทก์คดีนี้) เรื่องละเมิด ในคดีนั้นโจทก์กล่าวฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์จำเลยอยู่ติดต่อกัน จำเลยได้ขุดที่ดินทางตอนใต้ของจำเลยซึ่งอยู่ติดคลองประเวศบุรีรมย์เพื่อทำเป็นอู่จอดเรือ จำเลยได้ขุดตรงแนวเขตที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยจากคลองประเวศบุรีรมย์เข้าไปประมาณ ๖ วา เป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ด้านที่ติดกับของจำเลยถูกกระแสน้ำซึมเข้าไปพังทะลายเสียหายตลอดแนวระยะยาว ๖ วา กว้างตั้งแต่ ๑ ศอกถึง ๒ ศอกเศษ จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยจัดทำเขื่อนกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่แนวเขตที่ดินของจำเลยติดต่อกับของโจทก์ คดีนั้นคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลมีข้อความว่า โจทก์จำเลยตกลงจ้างเหมาช่างทำเขื่อนไม้กั้นตรงที่พิพาท โดยกั้นจดเขื่อนไม้ด้านหน้าที่ดินโจทก์ลึกเข้าไปยาว ๖ วา กว้าง ๖ ศอก ฯลฯ แต่เขื่อนที่จะทำนี้ ด้านที่ติดต่อกับคลองประเวศบุรีรมย์นั้นล้ำเข้าไปในเขตของชลประทาน การทำเขื่อนที่ล้ำเข้าไปในเขตของชลประทาน ต้องได้รับอนุญาตจากทางการก่อน คู่ความจึงได้ตกลงกับทำเขื่อนในที่ดินที่ไม่ได้อยู่ในเขตของชลประทานก่อน ปรากกว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมชลประทาน ยังอยู่ในระหว่างเจ้าหน้าที่ไปสำรวจ เพื่อตัดความยุ่งยาก โจทก์ขอให้ศาลสั่งให้โจทก์จำเลยทำเขื่อนเฉพาะภายในเขตที่ดินของโจทก์ไปก่อน โดยทำตามสัญญายอม ส่วนการทำเขื่อนและถมดินภายในเขตของชลประทานตามแผนที่พิพาทนั้น ฝ่ายโจทก์จะออกเงินของโจทก์ทำเองในภายหลัง โดยโจทก์สละสิทธิตามสัญญายอม ไม่ต้องให้ฝ่ายจำเลยออกเงินช่วยเลย และคู่ความได้ตกลงแบ่งกันทำเขื่อนคนละตอนตามที่ตกลงกัน
คู่ความได้ทำเขื่อนตามที่ตกลงกันไว้ก่อน ต่อมาจำเลย (ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีก่อน) ได้ทำรั้วกั้นหัวเขื่อนขึ้น โจทก์จึงได้นำคดีนี้มาฟ้องหาว่าจำเลยทำรั้วรุกล้ำเข้ามาในเขตของโจทก์
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เขื่อนนั้นไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินของจำเลย
จำเลยฎีกาว่า คดีนี้ชอบที่โจทก์จะขอบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๑๒/๒๕๐๔ จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่เช่นนี้ไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีหมายเลขแดงที่ ๒๑๒/๒๕๐๔ พิพาทกันเรื่องละเมิดขอให้ทำเขื่อนกั้นที่ดิน คดีเสร็จเด็ดขาดกันไปแล้ว คดีนี้จำเลยได้ทำรั้วเขตที่รุกล้ำเข้ามาในที่ของโจทก์เป็นคนละเรื่อง หาได้เกี่ยวกับสำนวนเดิมไม่ จึงไม่ใช่ฟ้องซ้ำ
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2512
นายสุระควง อัศวานิช โจทก์
เด็กชายศักดา ธีระศักดิ์ โดยนายสมเจตน์ ธีระศักดิ์ บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม ที่
1 นายสมเจตน์ ธีระศักดิ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุระควง อัศวานิช · ที่ - เด็กชายศักดา ธีระศักดิ์ โดยนายสมเจตน์ ธีระศักดิ์ บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม · ล. - 1 นายสมเจตน์ ธีระศักดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ · เสลา หัมพานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายดำรง แจ่มสุธี · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา