⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 943/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ศาลจะรับฟังไม่ได้เพียงเพราะคู่ความไม่มีเจตนาจงใจหรืออีกฝ่ายไม่เสียเปรียบ. * เมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดเป็นสินบริคณห์ และสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยไม่ผูกพันกองมรดก หากโจทก์ไม่ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าว ย่อมถือว่าโจทก์ยอมรับ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานน้อยกว่าสามวันโดยมิได้ทำคำร้องแสดงว่าเหตุใดจึงยื่นภายในกำหนดเวลาไม่ได้ เพื่อให้ศาลได้มีโอกาสพิจารณาเหตุผลของโจทก์ว่าสมควรจะรับบัญชีระบุพยานไว้หรือไม่ ดังนี้ ศาลจะสั่งรับบัญชีระบุพยานของโจทก์โดยเหตุผลเพียงว่าโจทก์ไม่มีเจตนาจงใจ และไม่ทำให้คู่ความอีกฝ่ายเสียเปรียบหาได้ไม่ เพราะข้อได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงคดีมีอยู่อย่างชัดแจ้ง ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า รถยนต์ที่โจทก์นำยึดเป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับเจ้ามรดก ขณะโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลได้ถอดถอนจำเลยแล้วจำเลยไม่มีอำนาจทำนิติกรรมใด ๆ ในฐานะผู้จัดการมรดกได้ต่อไป สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยไม่ผูกพันกองมรดก โจทก์มิได้กล่าวแก้ข้ออ้างของผู้ร้องดังกล่าวแต่ประการใด เมื่อโจทก์ไม่ปฏิเสธ ย่อมถือได้ว่าโจทก์ยอมรับ จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่า โจทก์เข้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831, 1720 หรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.831 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1720

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเกษม ณรงค์ฤทธิ ได้จำนำรถยนต์ไว้กับโจทก์เป็นประกันเงินที่กู้ไป ๒๐,๐๐๐ บาท ครบกำหนดแล้วไม่ไถ่ โจทก์จึงฟ้อง จำเลยทำยอมใช้เงินให้โจทก์แต่ไม่ชำระ โจทก์จึงนำยึดรถยนต์เพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า ผู้ร้องเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนายเกษมตามคำสั่งศาล รถยนต์ที่ยึดเป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับนายเกษม จำเลยไม่มีสิทธิในรถยนต์คันนี้ ผู้ร้องและทายาทอื่นไม่มีส่วนรู้เห็นยินยอมในการจำนำ เป็นการสมยอมกันเพื่อให้กองมรดกเสียหาย และเพื่อประโยชน์ของจำเลยแต่ผู้เดียว จำเลยเคยได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายเกษม แต่ศาลสั่งถอดถอนแล้วก่อนที่โจทก์จำเลยจะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่ผูกพันกองมรดกของนายเกษม ขอให้ปล่อยรถยนต์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า ที่จำเลยจำนำรถยนต์ไว้กับโจทก์ ผู้ร้องทราบเรื่องดีแล้วไม่ได้คัดค้าน เพราะมีส่วนร่วมใช้เงินที่ได้รับไปจากโจทก์ด้วย หนี้สินรายนี้จำเลยอ้างว่านำไปใช้จ่ายในครอบครัวและจัดการทรัพย์สินของกองมรดก จึงผูกพันกองมรดก และได้เกิดขึ้นระหว่างจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล แม้ศาลจะถอดถอนจำเลย ก็ไม่ทำให้สัญญาที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ต้องเสื่อมเสียแต่อย่างใด วันนัดชี้สองสถาน โจทก์รับว่า ในวันยึด รถยนต์อยู่ในความครอบครองของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นจึงกำหนดให้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อน โดยนัดสืบพยานในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๐ ศาลชั้นต้นไม่รับเพราะยื่นไม่ครบ ๓ วันก่อนวันสืบพยาน ถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ไม่มีพยานมาสืบ เมื่อโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน แล้วไม่มีพยานมาสืบ ก็ไม่จำเป็นต้องสืบพยานผู้ร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยถูกถอนอำนาจจัดการมรดกแล้ว การยอมความไม่ผูกพันกองมรดก ไม่ปรากกว่าโจทก์ต่อสู้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลย จึงไม่มีประเด็นจะสืบ ทั้งไม่มีพยานสนับสนุนข้ออ้าง พิพากษาให้ปล่อยรถยนต์ที่ยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยจำนำรถยนต์อันเป็นทรัพย์สินในกองมรดกของนายเกษมนั้น ถ้าฟังได้ดังโจทก์อ้างว่า เพื่อประโยชน์ในการจัดการมรดก สัญญาจำนำก็อาจมีผลผูกพันทรัพย์สินในกองมรดกได้ ส่วนการที่จำเลยจำนำรถยนต์ไว้แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ภายหลังจากจำเลยถูกศาลถอดถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกแล้วนั้น เป็นเรื่องความผูกพันระหว่างจำเลยกับโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๐, ๘๓๑ จะถือเด็ดขาดทีเดียวไม่ได้ว่า สัญญาประนีประนอมนั้นไม่มีผลผูกพันทรัพย์สินในกองมรดก เว้นแต่โจทก์จะได้รับจำนำรถยนต์ไว้โดยไม่สุจริต ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะต้องฟังพยานหลักฐานที่คู่กรณีจะนำสืบกันต่อไป ที่ศาลชั้นต้นไม่รับบัญชีระบุพยานของโจทก์เพราะยื่นช้าไป ๑ วันนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ไม่มีเจตนาจงใจโดยมีเล่ห์เหลี่ยมประการใด และไม่ทำให้ผู้ร้องเสียเปรียบ ควรรับบัญชีระบุพยานโจทก์ไว้ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้พิจารณาพิพากษาใหม่ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา มีปัญหาข้อแรกว่า จะควรรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ และให้โจทก์นำพยานเข้าสืบได้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้ว ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานอย่างน้อย ๓ วัน จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ วรรคแรก นอกจากนั้นเมื่อโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยาน ก็ไม่ได้ทำคำร้องแสดงว่า เหตุใดจึงยื่นภายในกำหนดเวลาไม่ได้ เพื่อให้ศาลได้มีโอกาสพิจารณาเหตุผลของโจทก์ว่าสมควรจะรับบัญชีระบุพยานไว้หรือไม่ตามมาตรา ๘๘ วรรคสาม ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์รับบัญชีระบุพยานของโจทก์ โดยเหตุผลเพียงว่า โจทก์ไม่มีเจตนาจงใจและไม่ทำให้ผู้ร้องขัดทรัพย์เสียเปรียบนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะข้อได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงคดีมีอยู่อย่างชัดแจ้ง จะว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่เสียเปรียบฟังไม่ได้ มีปัญหาต่อไปว่า ศาลจะต้องฟังพยานหลักฐานของฝ่ายผู้ร้องขัดทรัพย์หรือไม่ เพราะผู้ร้องขัดทรัพย์กล่าวอ้างว่า รถยนต์ที่โจทก์นำยึดเป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องขัดทรัพย์กับนายเกษม ขณะโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลได้ถอดถอนจำเลยแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจทำนิติกรรมใด ๆ ในฐานะผู้จัดการทรัพย์มรดกได้ต่อไป สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยไม่ผูกพันกองมรดกของนายเกษม ข้ออ้างของผู้ร้องดังนี้ โจทก์มิได้กล่าวแก้ประการใด เมื่อโจทก์มิได้ให้การปฏิเสธ ก็ย่อมถือได้ว่าโจทก์ยอมรับ จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่า โจทก์เข้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๓๑ และ ๑๗๒๐ หรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์ก็ต้องแพ้คดีโดยไม่ต้องฟังพยานหลักฐานของผู้ร้องขัดทรัพย์ เพราะจำเลยไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ให้เป็นการผูกพันกองมรดกของนายเกษม โจทก์หามีอำนาจนำยึดรถยนต์รายพิพาทไม่ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2512 นายสมศักดิ์ จิระมงคล โจทก์ นางมาลัย ณรงค์ฤทธิ ณรงค์ฤทธิ นางจำเนียร ณรงค์ฤทธิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมศักดิ์ จิระมงคล · ณรงค์ฤทธิ - นางมาลัย ณรงค์ฤทธิ · จำเลย - นางจำเนียร ณรงค์ฤทธิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายแล โกมารทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1065/2513ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 272/2501ฎีกา 293/2520ฎีกา 486/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา