⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 137/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2513

ย่อคำพิพากษา

ภริยานำเอาที่นาสินบริคณห์ไปให้จำเลยเช่า โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นสามีสัญญาเช่านั้นย่อมตกเป็นโมฆียะ แม้สัญญาเช่าเป็นโมฆียะ แต่เมื่อโจทก์ยังมิได้บอกล้าง สัญญาเช่านั้นก็คงยังสมบูรณ์ การที่จำเลยเข้าทำนาโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ย่อมไม่เป็นละเมิด โจทก์จะฟ้องขับไล่หาว่าจำเลยบุกรุกและเรียกค่าเสียหาได้ไม่ ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การที่โจทก์ฟ้องจำเลยจะถือว่าเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรมโดยพฤตินัยได้หรือไม่ ไม่ใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1468

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปไถหว่านข้าวเปลือกในที่ดินซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครอง โจทก์ห้ามจำเลยก็ไม่เชื่อ ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ขับไล่จำเลยและบริวารและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยต่อสู้ ที่พิพาทเป็นของคนอื่น จำเลยเข้าทำนาโดยอาศัยสิทธิการเช่าจากผู้มีสิทธิให้เช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นายฉลวยยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอด จำเลยเช่านาที่พิพาทนายเศวตโดยผู้ร้องสอดอนุญาต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์จำเลยไม่คัดค้านการร้องสอด ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาในคดีได้ โจทก์จำเลยตกลงกันว่า ค่าเสียหายในการทำนาพิพาทปีละ ๕,๐๐๐ บาท ผู้ร้องสอดและจำเลยแถลงว่า ที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอดเป็นสินเดิม โจทก์ว่าเป็นของโจทก์ ผู้ร้องสอดกับโจทก์รับกันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์และผู้ร้องสอดเป็นสามีภริยากัน แม้จะฟังว่าที่พิพาทเป็นสินเดิมของผู้ร้องสอดก็เป็นสินคณห์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๖๒ สามีมีอำนาจจัดการ สินบริคณห์ตามมาตรา ๑๔๖๘ การที่จำเลยเช่าที่พิพาทจากผู้ที่ไม่มีอำนาจให้เช่า จำเลยต้องรับผลเสียหายเอาเอง พิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท และให้ใช้ค่าเสียหาย ๕,๐๐๐ บาท จำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า นาที่พิพาทเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับผู้ร้องสอด จำเลยเช่านาพิพาทจากนายเศวต กล้ากลางสมร โดยได้รับอนุญาตจากผู้ร้องสอด โดยโจทก์ผู้เป็นสามีผู้ร้องสอดมิได้รู้เห็นยินยอมด้วย และโจทก์ยังมิได้บอกล้างสัญญาเช่านั้น ปัญหามีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่ และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้ร้องสอดซึ่งเป็นภริยาโจทก์นำเอานาพิพาทอันเป็นสินบริคณห์ไปให้จำเลยเช่าทำ โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นสามี สัญญาเช่าดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘ เมื่อโจทก์ยังมิได้บอกล้าง สัญญาเช่านาพิพาทก็คงยังสมบูรณ์ โจทก์จึงฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกและเรียกค่าเสียหายไม่ได้ เพราะจำเลยเข้าทำนาพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ไม่เป็นละเมิด ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เพิ่งทราบว่าจำเลยเช่าจากผู้ร้องสอด เมื่อผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม โจทก์จึงถือว่าการฟ้องจำเลยเป็นการบอกล้างสัญญาโดยพฤตินัยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นกรณีที่โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น จึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2513 พันตำรวจเอกพระกล้ากลางสมร โจทก์ นางละมัย สัมฤทธิ์ จำเลย นางฉลวย กล้ากลางสมร ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตำรวจเอกพระกล้ากลางสมร · จำเลย - นางละมัย สัมฤทธิ์ · ผู้ร้องสอด - นางฉลวย กล้ากลางสมร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม · ประกอบ หุตะสิงห์ · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1123/2487ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 307/2513ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา