⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1374/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1374/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างทำของที่ผู้รับจ้างตกลงทำการชักลากไม้ให้ผู้ว่าจ้างตามจำนวนที่กำหนดภายในเวลาที่ตกลงกัน ถือเป็นสัญญาที่มุ่งผลสำเร็จแห่งการงาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือการสูญหายของทรัพย์สินที่รับจ้างขนส่งมอบให้แก่ผู้ว่าจ้าง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยตกลงรับจ้างทำการชักลากไม้ของโจทก์จำนวน 60 ท่อน จากป่าระหารไปส่งให้แก่โจทก์ผู้ว่าจ้างที่บ้านท่าพุทรา ซึ่งเป็นการขนเฉพาะไม้รายนี้ให้โจทก์ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยโจทก์คิดค่าจ้างให้จำเลยเพื่อผลสำเร็จแห่งการงานนั้น ในจำนวนไม้ตามที่จำเลยส่งมอบให้โจทก์ ในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 60 บาท หาใช่เป็นสัญญาที่จำเลยมีหน้าที่จะต้องทำการขนไม้รายอื่น ๆ ให้โจทก์อยู่ตลอดเวลาที่จ้างตามที่กำหนดไว้นั้นไม่ สัญญาที่จำเลยทำจึงเป็นสัญญาจ้างทำของ หาใช่เป็นสัญญาจ้างแรงงานไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601 การชำรุดบกพร่องจะต้องเป็นความชำรุดบกพร่องแก่ตัวทรัพย์ที่จำเลยทำการขนส่งมอบแก่โจทก์ จำเลยขนไม้ไปส่งมอบให้โจทก์ไม่ครบจำนวน จึงเป็นเรื่องที่จำเลยผิดสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ กรณีไม่เข้ามาตรา 601 ตามสัญญาจ้างชักลากไม้ก็มีความว่า หากปรากฏว่าไม้ที่จ้างกันนี้สูญหายหรือเสียหายด้วยประการใด ๆ จำเลยผู้รับจ้างจะต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าไม้ที่ขาดหายไปนั้นจากจำเลยได้ภายในกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.215 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.601

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ตัวแทนโจทก์ผู้จ้างได้ทำสัญญาจ้างจำเลยผู้รับจ้างทำการชักลากไม้สักของกลาง จำนวน ๖๐ ท่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้จับยึดจากผู้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ มาส่งมอบให้แก่ตัวแทนโจทก์ผู้จ้างให้เสร็จสิ้นครบถ้วนภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๐๑ จำเลยผู้รับจ้างได้ชักลากไม้ของกลางตามสัญญามาส่งมอบเพียงจำนวน ๑๓ ท่อน จำเลยได้ทำสูญหายไปในระหว่างอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวนเงิน ๒๕,๔๘๒ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญารับจ้างชักลากไม้ของกลาง จำเลยขอตัดฟ้องว่า หนังสือสัญญารับจ้างชักลากไม้เป็นเอกสารที่มีอายุความ ชั้นพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่า สัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยนั้น เป็นสัญญาจ้างทำของ ขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นก่อนดำเนินการพิจารณา ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย วินิจฉัยว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการจ้างทำของ คดีของโจทก์ขาดอายุความ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา มีปัญหาว่า สัญญาที่ผู้แทนโจทก์กับจำเลยทำไว้ต่อกันนี้เป็นสัญญาจ้างแรงงานหรือจ้างทำของ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ในสัญญาจะมีข้อความว่า โจทก์หรือผู้แทนมีสิทธิที่จะเข้าตรวจการงานได้ทุกเวลาก็ตาม แต่ตามสัญญานั้นจะเห็นได้ว่าจำเลยเพียงแต่ตกลงรับจ้างทำการชักลากไม้ของโจทก์จำนวน ๖๐ ท่อนจากป่าระหาร ไปส่งให้แก่โจทก์ผู้จ้างที่บ้านท่าพุทราซึ่งเป็นการขนเฉพาะไม้รายนี้ให้โจทก์ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยโจทก์คิดค่าจ้างให้จำเลยเพื่อผลสำเร็จแห่งการงานนั้น ในจำนวนไม้ตามที่จำเลยส่งมอบให้โจทก์ในอัตราลูกบาศก์เมตรละ ๖๐ บาท หาใช่เป็นสัญญาที่จำเลยมีหน้าที่จะต้องทำการขนไม้รายอื่น ๆ ให้โจทก์อยู่ตลอดเวลาที่จ้างภายในกำหนดไว้นั้นไม่ สัญญาที่จำเลยทำไว้กับผู้แทนโจทก์ตามสำเนาท้ายฟ้องหมายเลข ๑ จึงเป็นสัญญาจ้างทำของ หาใช่เป็นสัญญาจ้างแรงงานตามที่โจทก์ฎีกามาไม่ ส่วนปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์จะขาดอายุความแล้วหรือไม่ ได้ความว่า จำเลยได้ทำสัญญากับโจทก์ว่า จำเลยรับจ้างชักลากไม้สักจำนวน ๖๐ ท่อน เพื่อส่งมอบให้โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๐๑ แต่คงปรากฏว่า จำเลยชักลากไม้ส่งมอบให้ตัวแทนโจทก์เพียงจำนวน ๑๓ ท่อน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๐๐ บัญญัติว่า "ท่านห้ามมิให้ฟ้องผู้รับจ้างเพื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่การชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้น" การชำรุดบกพร่องที่ว่านี้ ศาลฎีกาเห็นว่าจะต้องเป็นความชำรุดบกพร่องแก่ตัวทรัพย์ที่จำเลยทำการขนส่งมอบแก่โจทก์ แต่คดีนี้ปรากฏว่า จำเลยขนไม้ไปส่งมอบให้โจทก์ไม่ครบตามจำนวน จึงเป็นเรื่องที่จำเลยผิดสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ กรณีไม่เข้าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๐๐ ตามสัญญาจ้างชักลากไม้ของกลางท้ายฟ้องโจทก์ ข้อ ๗ ก็มีความว่า หากปรากฏว่าไม้ที่จ้างกันนี้สูญหายหรือเสียหายด้วยประการใด ๆ จำเลยผู้รับจ้างจะต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าไม้ที่ขาดหายไปนั้นจากจำเลยได้ภายในกำหนด ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความแล้วนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงพร้อมกันพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาตามประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกันนั้นต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1374/2513 กรมป่าไม้ โดยนายปิ่น สหัสโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ผู้รับมอบ อำนาจ โจทก์ นายขาว ศรีวังราช ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบ - กรมป่าไม้ โดยนายปิ่น สหัสโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร · โจทก์ - อำนาจ · ล. - นายขาว ศรีวังราช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ โชติรัต · แถม สิริสาลี · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2036/2542ฎีกา 4082/2530ฎีกา 2908/2523ฎีกา 793/2507ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 978/2510ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1479/2526ฎีกา 158/2509ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 601/2537ฎีกา 602/2490ฎีกา 746/2533ฎีกา 14102/2557ฎีกา 142/2535ฎีกา 24/2542ฎีกา 1361/2527ฎีกา 237/2529ฎีกา 1533/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา