คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญายอมความที่คู่ความตกลงกันให้ฝ่ายหนึ่งครอบครองทรัพย์สินต่อไป โดยมีเงื่อนไขให้ชำระค่าเช่า หากผิดนัดจะยอมออกจากทรัพย์สินนั้น จะมีผลผูกพันคู่ความตามที่ตกลงกัน แม้ว่าภายหลังจะมีบุคคลภายนอกเข้ามาอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น และคู่ความฝ่ายที่ให้ครอบครองทรัพย์สินนั้นจะแพ้คดีในภายหลังก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาทซึ่งอ้างว่าเป็นของโจทก์แล้วโจทก์จำเลยทำสัญญายอมความกัน โดยโจทก์ยอมให้จำเลยอยู่ในตึกพิพาทต่อไป และจำเลยจะต้องชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนถ้าผิดนัดจะยอมออกจากตึกพิพาท ในสัญญายอมความมีข้อความแสดงว่าจำเลยยังไม่ทราบว่าตึกพิพาทเป็นของใครกันแน่ เพราะโจทก์กับบุคคลภายนอกกำลังมีคดีพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์อยู่ ต่อมาบุคคลภายนอกชนะคดีโจทก์ และเร่งรัดจำเลย จนต้องไปทำสัญญาเช่าให้แต่คดีนั้นยังไม่ถึงที่สุด และจำเลยค้างชำระค่าเช่าแก่โจทก์ตามสัญญายอมความ โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าจะชำระให้ใครถูก ดังนี้เมื่อโจทก์ขอให้บังคับให้จำเลยขนย้ายออกจากตึกพิพาท คดีมีเหตุผลควรให้งดการบังคับคดีไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาทซึ่งอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ แล้วโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลว่าโจทก์ยอมให้จำเลยอยู่ในตึกพิพาทต่อไป โดยจำเลยจะชำระค่าเช่าให้โจทก์ทุกเดือน ถ้าผิดนัดจำเลยยอมออกจากตึกพิพาท ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับจำเลยขนย้ายออกจากตึกพิพาท และให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง
ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแล้ว มีคำสั่งให้รอฟังผลคดีที่นายประเสริฐเสรถภักดี ฟ้องโจทก์ให้ถึงที่สุดเสียก่อน ส่วนค่าเช่าต่อ ๆ ไป เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องชำระตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ โจทก์กับนายประเสริฐ เสรถภักดี กำลังมีคดีพิพาทโต้เถียงกรรมสิทธิ์ตึกแถวพิพาทกันอยู่จำเลยจึงได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ มีข้อความตอนหนึ่งว่าจำเลยยอมชำระค่าเช่าที่ค้างอยู่โดยมีเงื่อนไขให้โจทก์รับไปเพียงครึ่งหนึ่งก่อนเมื่อโจทก์ชนะคดีนายประเสริฐแล้วให้รับไปได้ทั้งหมดแสดงว่าขณะนั้นจำเลยก็ยังไม่แน่ใจว่าตึกพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของใครกันแน่ ครั้นระหว่างการปฏิบัติการชำระค่าเช่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความปรากฏว่านายประเสริฐชนะคดีโจทก์และได้เร่งรัดให้จำเลยไปทำสัญญาเช่ากับนายประเสริฐ จนจำเลยต้องไปทำสัญญาเช่าให้นายประเสริฐ ดังนั้นการที่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงมีเหตุผลสมควรอยู่ ควรให้งดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒(๒)
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2513
นายเอง แซ่ว่อง โจทก์
นายปู้ช้วน แซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอง แซ่ว่อง · จำเลย - นายปู้ช้วน แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ประสาท สุคนธมาน · บัญญัติ สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายแผ้ว ศิวะบวร · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา