⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1658/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1658/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงลายมือชื่อในเอกสารที่ทำขึ้นในนามของบริษัทจำกัด จะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทไม่น้อยกว่าสองคนและประทับตราสำคัญของบริษัทด้วย หากกรรมการเพียงคนเดียวลงลายมือชื่อโดยไม่มีการประทับตราสำคัญ ถือว่าการลงลายมือชื่อนั้นไม่สมบูรณ์และไม่มีผลผูกพันบริษัท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ฟ้องเป็นเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทโจทก์ ลงลายมือชื่อแต่ผู้เดียวเป็นการไม่ถูกต้องตามหนังสือรับรองของหอทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางถือได้ว่าจำเลยตั้งประเด็นต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์แล้ว กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อกระทำแทนบริษัทโจทก์ได้มี 3 คนสองในสามคนมีอำนาจลงลายมือชื่อกระทำแทนบริษัทได้แต่ต้องประทับตราสำคัญของบริษัทด้วย ดังนี้ การลงลายมือชื่อในเอกสารที่ทำขึ้นในนามของโจทก์ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด จะมีผลเป็นการลงลายมือชื่อของโจทก์โดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อกรรมการที่ระบุชื่อไว้ลงลายมือชื่อแทนโจทก์ไม่น้อยกว่าสองคนและประทับตราด้วยแต่ตามสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ทำไว้กับจำเลย ปรากฏว่ากรรมการผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นคู่สัญญาในฐานะผู้ให้เช่าซื้อ จึงไม่มีผลสมบูรณ์เป็นการลงลายมือชื่อของโจทก์ ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคู่สัญญาเช่าซื้อกับจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อฟ้องโจทก์ต้องยกเสีย โดยไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาว่า เป็นการกระทำของตัวแทนซึ่งกระทำไปโดยปราศจากอำนาจ หรือทำนอกทำเหนือขอบอำนาจ และโจทก์ซึ่งเป็นตัวการได้ให้สัตยาบันแล้วหรือไม่เพราะเป็นการนอกประเด็นจากคำฟ้องและคำให้การ (วรรคสองวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 24/2513)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.115 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกไปจากโจทก์ ๒ คัน จำเลยชำระค่าเช่าซื้อเพียง ๒ ครั้ง แล้วไม่ชำระอีกเลย ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อ ๒๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยให้การว่า ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อท้ายฟ้อง มีกรรมการบริษัทลงนามแต่ผู้เดียวเป็นการไม่ถูกต้อง ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๑๐,๐๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ ตามคำให้การจำเลยนอกจากให้การปฏิเสธว่าความจริงเป็นเรื่องเช่าไม่ใช่เช่าซื้อแล้ว ยังได้ต่อสู้ว่าสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ฟ้องเป็นเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทโจทก์ ได้ลงลายมือชื่อไว้แต่เพียงผู้เดียว เป็นการไม่ถูกต้องตามหนังสือรับรองของหอทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ถือได้ว่าจำเลยได้ตั้งประเด็นต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ได้ตั้งแต่แรกแล้ว กล่าวคือ ถ้าหากฟังได้ว่าสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ฟ้องเป็นเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังจำเลยให้การต่อสู้ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อได้ ปัญหาที่ว่า โจทก์จะมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ฟ้องได้หรือไม่นั้น ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามหนังสือรับรองของหอทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่โจทก์อ้าง มีข้อความระบุไว้ว่ากรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทโจทก์ คือ ๑. นายเซี่ยมเล้า แซ่ตั้ง๒. นายโชคอำนาย เอื้อมพรวณิช ๓. นางสาวพัชรา ทิวาศุภฤกษ์สองในสามคนร่วมกันมีอำนาจลงลายมือชื่อกระทำแทนบริษัทได้แต่ต้องประทับตราสำคัญของบริษัทด้วย ดังนี้ การลงลายมือชื่อในเอกสารที่ทำขึ้นในนามของโจทก์ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด จะมีผลเป็นการลงลายมือชื่อของโจทก์โดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อกรรมการที่ระบุชื่อแทนโจทก์ไม่น้อยกว่าสองคนและประทับตราด้วย แต่ตามสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ทำไว้กับจำเลยปรากฏว่ามีนายเซี่ยมเล้า แซ่ตั้ง กรรมการผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นคู่สัญญาในฐานะผู้ให้เช่าซื้อ หาได้มีกรรมการอีกคนหนึ่งร่วมลงลายมือชื่อด้วยไม่การลงลายมือชื่อของนายเซี่ยมเล้า แซ่ตั้ง กรรมการแต่ผู้เดียว จึงไม่มีผลสมบูรณ์เป็นการลงลายมือชื่อของโจทก์ ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคู่สัญญาเช่าซื้อกับจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยต้องรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ ฟ้องโจทก์ต้องยกเสีย โดยไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาว่าเป็นการกระทำของตัวแทนซึ่งกระทำไปโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจ และโจทก์ซึ่งเป็นตัวการได้ให้สัตยาบันแล้วหรือไม่ เพราะเป็นการนอกประเด็นตามคำฟ้องและคำให้การ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1658/2513 บริษัทไทยสงวน จำกัด โดยนายเซี่ยมเล้า แซ่ตั้ง และนายโชคอำนวย เอื้อมพรวณิช กรรมการ โจทก์ นายสุนัย พรพิบูลย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความแซ่ตั้ง - บริษัทไทยสงวน จำกัด โดยนายเซี่ยมเล้า · โจทก์ - และนายโชคอำนวย เอื้อมพรวณิช กรรมการ · จำเลย - นายสุนัย พรพิบูลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · บัญญัติ สุขารมณ์ · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปรีชา สุมาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน พูนคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 991/2548ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา