⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1723/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1723/2513

ย่อคำพิพากษา

การขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การโดยการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่นั้นไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๕๑๖๒ จำเลยมีที่ดินโฉนดที่ ๙๓๘ อยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ทางตะวันออก จำเลยได้ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดที่ ๙๓๘ โจทก์มอบให้ผู้แทนไประวังแนวเขตต่อมาโจทก์สงสัยแนวเขตที่ผู้แทนไปรับรองไว้ จึงได้ยื่นคำร้องขอถอนการรับรองแนวเขตนั้น แล้วโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอสอบเขตที่ดินของโจทก์ผู้แทนจำเลยกับคุณหญิงเนื่องบุรีนวราช ได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่า ถ้าหากที่จำเลยนำชี้ให้ปักหลักรุกล้ำที่ดินของโจทก์แล้ว ยินดีจะแก้ไขแผนที่และจำนวนเนื้อที่ให้ถูกต้องครั้นเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดผู้แทนจำเลยไม่เซ็นรับรองแนวเขต อ้างว่าแนวเขตที่ดินของจำเลยอยู่ล้ำเข้าไปในแนวเขตที่ฝ่ายโจทก์นำชี้ แล้วต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้านการนำชี้ของฝ่ายโจทก์ การรังวัดจึงชงักลง ที่ฝ่ายจำเลยไม่รับรองแนวเขตที่โจทก์นำชี้ แต่กลับนำชี้ล้ำเข้าไปในเขตที่ของโจทก์นั้น ปรากฏว่าได้รุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของโจทก์เป็นเนื้อที่ประมาณ ๑๐๒ ตารางวา ขอให้บังคับให้จำเลยยอมให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตต่อไป เมื่อรังวัดให้ปักหลักหรือชี้เขตอันถูกต้องให้โจทก์จำเลยรับรอง ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่ดินที่จำเลยรุกล้ำ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ และต่อมาโจทก์ถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าที่ดินของโจทก์กับจำเลยมีลำรางคั่นอยู่เป็นแนวเขตแต่โจทก์ขุดดินถมลำรางฝั่งโจทก์รุกล้ำเรื่อยมา ที่โจทก์ว่าการรังวัดสอบเขตต้องชะงักลงเพราะจำเลยหรือผู้แทนได้ร้องคัดค้านนั้น ฟ้องโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดว่าฝ่ายจำเลยคัดค้านว่าอย่างไรและการรังวัดชะงักเพราะเหตุใด จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม จำเลยหรือผู้แทนไม่เคยนำชี้เขตรุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของโจทก์ดังฟ้อง จำเลยนำชี้ตามความจริงทุกคราวแต่ฝ่ายโจทก์พยายามชี้เขตรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของจำเลยโดยไม่คำนึงถึงแนวเขตที่แท้จริง และโจทก์พยายามรื้อฟื้นการรังวัดอีกโดยไม่มีเหตุผลเพราะต้องการจะได้ที่ดินตรงบริเวณแนวเขต ก่อนชี้สองสถาน คู่ความตกลงกันให้เจ้าพนักงานที่ดินทำแผนที่พิพาทเมื่อทำมาแล้วคู่ความรับรองว่าถูกต้อง แต่ก่อนวันนัดดูแผนที่ จำเลยที่ ๒ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ๒ แห่ง คือ (ก) ตอนที่ว่าที่ดินของโจทก์จำเลยมีลำรางคั่นอยู่เป็นแนวเขตนั้นขอแก้เป็นมีคันนาเป็นแนวยาวและบางตอนมีลำรางคั่นอยู่เป็นแนวเขต (ข) ต่อจากความที่ว่า จำเลยนำชี้ตามความจริงทุกคราวนั้นขอเพิ่มเติมว่า ส่วนมากจำเลยนำชี้ตามแนวคันนาอันเป็นแนวเขตซึ่งฝ่ายจำเลยได้ครอบครองมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งรวมทั้งบริเวณที่ดินที่พิพาทที่โจทก์ฟ้องฝ่ายจำเลยก็ได้ครอบครองต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งเจ้าของเดิมด้วยความสงบเปิดเผยและอย่างเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง โจทก์คัดค้านว่า เดิมจำเลยต่อสู้ว่าที่ดินอยู่ในโฉนดของจำเลยครั้นรังวัดแล้วปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้องอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ จำเลยกลับจะมาเปลี่ยนรูปว่าได้ครอบครองมา ซึ่งเป็นคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวเนื่องกันจะขอแก้ไขเพิ่มเติมเช่นนี้ไม่ได้ วันชี้สองสถาน ศาลสอบจำเลย จำเลยแถลงจะขอสืบว่าได้ครอบครองปรปักษ์ตามที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ศาลเห็นว่าจำเลยยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้ออ้างเดิม จึงไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ แล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยเพิ่มเติมคำให้การ แล้วให้สืบพยานโจทก์จำเลยไปตามประเด็นแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ๒ ตอนการแก้ไขเพิ่มเติมตอนต้นเป็นการขยายความเดิมให้ชัดขึ้น ส่วนตอนหลังนั้นเป็นการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือไม่นั้น ไม่สำคัญเพราะไม่เหมือนกับการขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๙ วรรคท้าย จำเลยจึงมีสิทธิขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การได้ตามมาตรา ๑๗๙(๓) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1723/2513 นางศรี บุนนาค โจทก์ หม่อมราชวงศ์หญิงโสภา กาญจนวิชัย ที่ 1 หม่อมราชวงศ์โอภาส กาญจนวิชัย ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางศรี บุนนาค · ที่ - หม่อมราชวงศ์หญิงโสภา กาญจนวิชัย ที่ 1 หม่อมราชวงศ์โอภาส กาญจนวิชัย · จำเลย - 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ บุปผเวส · วิกรม เมาลานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายโสทิพย์ คังคะเกตุ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสัณห์ ลีตะเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2494/2553ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 685/2550ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1280/2492ฎีกา 7903/2568ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 352/2498ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 663/2488ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1077/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา