⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 23/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อชีวิตแต่ไม่ถึงแก่ความตาย ถือเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า เมื่อเหตุเกิดในทะเลและไม่แน่ชัดว่าอยู่ในเขตท้องที่ใด พนักงานสอบสวนท้องที่ที่ผู้เสียหายแจ้งความมีอำนาจสอบสวน และศาลท้องที่นั้นมีอำนาจพิจารณาคดีได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้ปืนลูกซองยาวยิงจากเรือลำหนึ่งไปยังเรือผู้เสียหายกับพวกซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 1 เส้น ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยเจตนา (ฆ่า) แต่ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บไม่ถึงตาย การกระทำของจำเลยจึงไม่บรรลุผล จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ในกรณีเหตุเกิดในท้องทะเล เมื่อไม่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นในเขตท้องที่ใดแน่ พนักงานสอบสวนท้องที่ที่ผู้เสียหายมาแจ้งย่อมมีอำนาจทำการสอบสวนได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 (1) และศาลที่ท้องที่สอบสวนนั้นอยู่ในเขตอำนาจ มีอำนาจพิจารณาคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22 (1) (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.19 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ปืนลูกซองยาวยิงเข้าไปในเรือยนต์ ช.สินสยาม ๒ หลายนัดกระสุนถูกนายบัว ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาฆ่านายบัวกับพวกอีก ๑๖ คนซึ่งอยู่ในเรือ เหตุเกิดในเรือยนต์ประมงไทย (ชื่อ ช.สินสยาม ๒) ในทะเลหลวง บริเวณอ่าวไทย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุกจำเลย ๑๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยใช้ปืนยิงไปที่เรืออีกลำหนึ่ง ๖ - ๗ นัด ในระยะที่เรือ ๒ ลำ ห่างกันเพียง๑ เส้น จำเลยย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของจำเลย จึงถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยเจตนา (ฆ่า) แต่เนื่องจาก การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลเพราะนายบังเพียงแต่ได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ที่จำเลยฎีกาว่าที่เกิดเหตุได้ความตามทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องนั้น ได้ความว่าเหตุเกิดในท้องทะเล ไม่แน่ชัดว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นในท้องที่ใดแน่เมื่อผู้เสียหายมาแจ้งความพนักงานสอบสวนอำเภอเมืองสมุทรปราการ พนักงานสอบสวนอำเภอเมืองสมุทรปราการจึงมีอำนาจทำการสอบสวนได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙ (๑) และศาลจังหวัดสมุทรปราการจึง มีอำนาจทำการพิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒ (๑) (๒) พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุกจำเลย ๑๐ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๖ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2513 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายป๊อก หันเห จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายป๊อก หันเห
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · ยง เหลืองรังษี · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ ปันยารชุน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 5103/2528ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1328/2523ฎีกา 5790/2541ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529ฎีกา 4952/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา