คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยการครอบครองปรปักษ์
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันมา 10 ปีเศษ จำเลยเพิ่งบุกรุกเข้ามาครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อก่อนฟ้องเพียง 1 เดือน โจทก์ทราบเมื่อฟ้องคดีนี้ว่า ศาลได้พิพากษาตามยอมให้นายแดงโอนขายที่ดินพิพาทให้จำเลยตามคดีแพ่งแดงที่ 2/2510 ส่วนจำเลยต่อสู้ว่า ได้ครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่เวลาทำสัญญาซื้อขายกันประเด็นสำคัญของคดีจึงอยู่ที่ว่าฝ่ายใดครอบครองที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยยังโต้เถียงกัน ชอบที่ศาลจะฟังพยานหลักฐานของคู่ความต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินสวน ๑ แปลงจำเลยบุกรุกเข้ามาทำรั้ว ถางหญ้า ตัดต้นขี้เหล็ก ขอให้ศาลห้ามและเรียกค่าเสียหาย ฯลฯ
จำเลยให้การว่า ที่ดินสวนตามฟ้องเป็นที่ดินของนางแดง เรนชนะไม่ใช่เป็นของโจทก์ นายแดงทำหนังสือขายที่ดินแปลงนี้ให้จำเลยแล้วมอบการครอบครองที่ดินให้จำเลยยึดถือครอบครองตลอดมา ได้สิทธิครอบครองเพราะเป็นที่ไม่มีหนังสือสำคัญ ต่อมานายแดงผิดนัดไม่ยอมจดทะเบียนการโอนต่อเจ้าพนักงานตามข้อตกลง จำเลยจึงฟ้องนายแดงเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดชุมพรตามคดีแพ่งเลขแดงที่ ๒/๒๕๑๐ นายแดงยอมโอนที่ดินให้จำเลย
วันชี้สองสถาน โจทก์รับว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้องเป็นแปลงเดียวกับที่ดินแปลงที่นายแดงทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนให้กับจำเลยคือ โจทก์ในคดีแพ่งเลขแดงที่ ๒/๒๕๑๐ ของศาลจังหวัดชุมพรจริงซึ่งโจทก์เพิ่งทราบในวันชี้สองสถาน
ศาลชั้นต้นจึงงดสืบพยานของคู่ความโดยเห็นว่าโจทก์รับแล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นแปลงเดียวกับที่ศาลพิพากษาตามยอมให้นายแดงโอนให้จำเลยตามคดีแพ่งแดง ๒/๒๕๑๐ ของศาลจังหวัดชุมพรแล้ว จำเลยก็ย่อมได้สิทธิครอบครองตามคำพิพากษา จึงฟังว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยการที่จำเลยตัดต้นไม้จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันมา ๑๐ ปีเศษแล้ว จำเลยเพิ่งบุกรุกเข้ามาครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ก่อนโจทก์ฟ้องเพียง ๑ เดือนเท่านั้น และโจทก์ทราบเมื่อฟ้องคดีนี้ว่า ศาลได้พิพากษาตามยอมให้นายแดงโอนขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามคดีแพ่งแดง ๒/๒๕๑๐ ส่วนจำเลยก็ต่อสู้ว่า ได้ครอบครองที่ดินพิพาทมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นเวลาทำสัญญาซื้อขายกัน
ประเด็นสำคัญของคดีจึงอยู่ที่ว่า ฝ่ายใดได้ครอบครองที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยยังโต้เถียงกันฟังเอาเป็นยุติยังไม่ได้ในชั้นนี้ จึงชอบที่ศาลจะต้องฟังพยานหลักฐานของคู่ความต่อไปจนสิ้นกระแสความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2513
นางจำเนียร สุขมากผล โจทก์
นายสุเทพ หุนตระณี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจำเนียร สุขมากผล · จำเลย - นายสุเทพ หุนตระณี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายถนัด ลีลากุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา