คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันสิทธิจะอ้างได้ต่อเมื่อภยันตรายยังไม่พ้นไปและมีภยันตรายใกล้จะถึงเท่านั้น หากภยันตรายได้พ้นไปแล้ว การกระทำต่อผู้ข่มเหงอาจเข้าข่ายบันดาลโทสะได้หากเป็นการกระทำอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกัน.
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายมีอาวุธปืนติดตัวไปในไร่ของจำเลยพูดคุกคามจะตัดไม้ในไร่ทำนองข่มเหงจำเลยทั้ง ๆ ที่จำเลยห้ามแล้ว ผู้ตายไม่พอใจยกปืนจ้องไปทางจำเลย จำเลยเข้าแย่งปืนปืนลั่นถูกจำเลยบาดเจ็บและปืนหลุดจากมือผู้ตาย ผู้ตายวิ่งหนีเข้าป่าโดยไม่มีอาวุธติดตัว จำเลยไล่ติดตามไปใช้มีดทำร้ายผู้ตายในป่าถึงตาย ดังนี้ ไม่เป็นการป้องกันสิทธิตามกฎหมาย เพราะภยันตรายที่จำเลยได้รับผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีก แต่ถือว่าจำเลยได้กระทำร้ายต่อผู้ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกันเป็นบันดาลโทสะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้มีดฟันนายเล็กหรือพนอม กุสุมาลย์ โดยเจตนาฆ่านายเล็กถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
จำเลยให้การว่า ใช้มีดทำร้ายผู้ตายจริงเพื่อป้องกันตัวเพราะผู้ตายใช้ปืนยิงจำเลยก่อนจนจำเลยบาดเจ็บ แล้วจะทำร้ายจำเลยซ้ำอีก จำเลยจึงฟันไป
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่จำเลยทำร้ายผู้ตายไม่ใช่เป็นการป้องกันตัวมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่าผู้ตายมีอาวุธปืนแก๊ปยาวเข้าไปในไร่ข้าวโพดของจำเลยและจะตัดไม้ในไร่ของจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมให้ตัด ทั้งสองคนโต้เถียงกันผู้ตายยกปืนจ้องเล็งไปที่จำเลย จำเลยเข้าแย่งปืน ปืนลั่นถูกจำเลยบาดเจ็บและปืนหลุดมือลงพื้นดิน ผู้ตายวิ่งหนีเข้าป่าโดยไม่มีอาวุธติดตัว จำเลยไล่ติดตามไปทำร้ายผู้ตายในป่าถึงตาย พฤติการณ์เช่นนี้จะฟังว่าเป็นการป้องกันสิทธิตามกฎหมายหาได้ไม่ เพราะภยันตรายที่จำเลยได้รับผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีก และเห็นว่าการที่ผู้ตายมีอาวุธปืนติดตัวไปในไร่ของจำเลย พูดคุกคามจะตัดไม้ในไร่ ทำนองข่มเหงจำเลยทั้ง ๆ ที่จำเลยห้ามแล้ว ผู้ตายกลับไม่พอใจยกปืนจ้องไปทางจำเลย จำเลยกับผู้ตายแย่งปืนกัน ปืนลั่นถูกจำเลยบาดเจ็บ ปืนหลุดจากมือผู้ตาย ผู้ตายวิ่งหนีไปแล้ว การที่จำเลยไล่กวดทำร้ายผู้ตายถึงตายเช่นนี้เห็นได้ว่าได้กระทำร้ายต่อผู้ที่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดกัน ถือว่าเป็นบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๒
พิพากษากลับ ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ประกอบมาตรา ๗๒ จำคุก ๕ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2513
พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์
นายจวน พุ้ยน้อย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายจวน พุ้ยน้อย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายสกุล เศรษสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายจรอง อมะรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา