⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 944/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลภายนอกจะอ้างสิทธิของตนที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมอันยังมิได้จดทะเบียน เพื่อยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วนั้น จะต้องมีการยกประเด็นดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคำฟ้องหรือคำให้การก่อน ศาลจึงจะสามารถวินิจฉัยในประเด็นนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

สิทธิของผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมอันยังมิได้จดทะเบียนที่มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตามมาตรา 1299 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นถ้าคู่ความมิได้ตั้งประเด็นยกเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำฟ้องคำให้การย่อมไม่เป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยปรับแก่คดีได้ทั้งไม่ใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปทำลายพืชผลของโจทก์ในที่ดินตามโฉนดที่ ๒๑๗๗ ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ขอให้ขับไล่จำเลยห้ามเข้าเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การ เพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินที่โจทก์ฟ้องเดิมเป็นของบิดามารดาจำเลย ซึ่งได้ปกครองและถือตนเป็นเจ้าของมาโดยสงบเปิดเผยเป็นเวลาติดต่อกันมาไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปีแล้วได้แจ้งการครอบครองไว้แล้ว เมื่อบิดาจำเลยตาย ที่ดินตกมาเป็นของมารดา ๆ ได้ยกให้จำเลย ๆ ก็เข้าครอบครองทำประโยชน์ต่อมาจำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้องโจทก์และพิพากษาว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปรปักษ์ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยไม่เคยครอบครองที่ดินพิพาททั้งไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นเชื่อว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมาด้วยความสงบเปิดเผยอย่างเป็นเจ้าของมาแต่ครั้งบิดามารดากว่า ๒๐ ปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ความเสียหายของโจทก์เกี่ยวกับพืชผลในที่ดินพิพาทฟังไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ และพิพากษาตามฟ้องแย้งว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทในทางครอบครองเกิน ๑๐ ปีตามมาตรา ๑๓๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์อุทธรณ์ทั้งฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ได้ที่ดินพิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโดยสุจริต แม้จำเลยได้กรรมสิทธิ์มาโดยการครอบครอง ก็ยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๙๙ โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ โจทก์ไม่ใช่เจ้าของพืชผลจึงไม่ได้รับความเสียหาย จำเลยจึงไม่ต้องใช้ให้ พิพากษาแก้เป็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดรายพิพาท จำเลยบุกรุกเข้าไปทำความเสียหายพืชผลของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้อง บิดามารดาจำเลยได้ปกครองโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมานานจำเลยก็ครอบครองต่อมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี จำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองปรปักษ์ โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งเพียงว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยไม่เคยครอบครองที่ดินพิพาทนี้เลย โจทก์ไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ฟ้องแย้งเลยว่าแม้บิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ไปแล้วก็ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์มิได้ เพราะโจทก์เป็นผู้รับโอนโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ ปัญหาข้อนี้จึงไม่เป็นประเด็นแห่งคดีนี้ และทั้งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นและวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะครอบครองปรปักษ์ก็ไม่อาจยกขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตามมาตรา ๑๒๙๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ประเด็นในคดีนี้คงมีเพียงว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินมากว่า ๑๐ ปีจริงหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยเชื่อพยานหลักฐานฝ่ายจำเลยว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองปรปักษ์ที่พิพาทมาเป็นเวลา ๔๐ ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2513 นายณรงค์ ทองศิริ โจทก์ นางผล มงคลแผ้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายณรงค์ ทองศิริ · จำเลย - นางผล มงคลแผ้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสังข์ศรี ศรีตุลา · ศาลอุทธรณ์ - นายเวท ชพานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3136/2524ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 9571/2544ฎีกา 1687/2497ฎีกา 5494/2541ฎีกา 6663/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา