⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 952/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2513

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยบังอาจนำทองคำแท่ง ซึ่งเป็นของต้องห้ามต้องจำกัด และยังมิได้เสียภาษีอากรและผ่านด่านศุลกากรโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยบังอาจช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ฯลฯ ซึ่งทองคำดังกล่าวอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตและหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัด เช่นนี้ ไม่ถือเป็นฟ้องที่ขัดกันอันจะเป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะความผิดทั้งสองฐานอาศัยข้อเท็จจริงใกล้เคียงกันมาก(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 212/2504) และโจทก์ก็มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานความผิดประกอบทั้งไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ถือเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 18/2513)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๐๗ เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยบังอาจนำเนื้อทองคำแท่งจำนวน ๒ แท่ง หนัก ๒ กิโลกรัม ราคา ๕๓,๓๒๘บาท ซึ่งเป็นของต้องห้ามต้องจำกัด และยังมิได้เรียกเก็บอากรและมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องตามกฎหมายจากเมืองสุวรรณเขต ประเทศลาว เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้รับอนุญาต และมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องตามกฎหมาย และโดยเจตนาหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัด และฉ้อภาษีอากรของรัฐบาล อีกทั้งทองคำแท่งดังกล่าวเป็นของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามพระราชกฤษฎีกาควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่างจำเลยบังอาจนำทองคำดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือมิฉะนั้นเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๐๗ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยบังอาจช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยจำหน่าย หรือช่วยนำเอาไปเสียหรือซื้อ หรือรับจำนำ หรือรับไว้ซึ่งทองคำดังกล่าว อันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต โดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัด เหตุเกิดที่ตำบลมุกดาหาร อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม ขอศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗, ๒๗ ทวิพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๖, ๑๖, ๑๗พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. ๒๔๘๒มาตรา ๓, ๔, ๙ พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๓พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๓, ๔ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๖, ๘, ๙ และสั่งริบของกลาง และสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้แจ้งความนำจับและรางวัลแก่พนักงานผู้จับตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒มาตรา ๑๖, ๑๗ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓และพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓และพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๓, ๔ และพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๓, ๔ ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่างพ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๙ พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ซึ่งเป็นบทหนัก โดยให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๓ เดือน ปรับ ๒๖๖,๖๔๐ บาทบังคับค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ถ้าจะต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังจำเลยมีกำหนด ๒ ปี ทองคำแท่งของกลางให้ริบส่วนการสั่งจ่ายค่าสินบนและค่ารางวัลแก่ผู้นำจับและผู้จับต้องบังคับตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๙ ตามที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ซึ่งบัญญัติว่า ให้แบ่งจ่ายค่าสินบนและค่ารางวัลแก่ผู้นำจับและผู้จับสี่ส่วนในห้า ถ้าจำเลยไม่ชำระค่าปรับเงินค่าสินบนค่ารางวัลแก่ผู้นำจับและผู้จับ ให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งถูกริบไว้ จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุมและในข้อดุลพินิจโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ความผิดฐานนำทองคำแท่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต กับความผิดฐานรับของโจรทรัพย์ดังกล่าว เป็นความผิดที่อาศัยข้อเท็จจริงใกล้เคียงกันมาก ซึ่งควรฟ้องรวมกันมาได้โดยถือว่าไม่ถึงกับขัดกันอันจะเป็นฟ้องเคลือบคลุม และโจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานความผิด ซึ่งแล้วแต่ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยจะผิดในข้อหาฐานใด ทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้(ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๒/๒๕๐๔) ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษยืนตามศาลชั้นต้นสมควรแก่ความผิดแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2513 พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ นางเป้า แซ่อั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม · จำเลย - นางเป้า แซ่อั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไฉน บุญยก · ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นายบันลือ รัตนทัศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ แก้วทับทิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา