คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องโดยอ้างว่าลูกจ้างของจำเลยที่ 1 กระทำการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ปอฟอกนั้น เป็นการอ้างความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างตามมาตรา 425 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ไม่ใช่การอ้างความรับผิดตามมาตรา 616 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์บรรยายว่า "จ. กับจำเลยที่ 1 ได้ตกลงจ้างและ รับจ้างทำการขนปอฟอกจากโกดังไปยังเรือเดินสมุทร โดยความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ในเรือฉลอมได้ทำให้เกิดเพลิงไหม้ปอฟอก จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นนายจ้างและลูกจ้างผู้ควบคุมเรือต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายของปอ" ดังนี้ เป็นฟ้องที่มีข้ออ้างให้จำเลยต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 เท่านั้น ไม่มีข้ออ้างให้จำเลยต้องรับผิดตามมาตรา 616 ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของเรือฉลอม และเป็นนายจ้างจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือ จำเลยที่ ๑ ตกลงรับจ้างทำการขนปอจากโกดังไปยังเรือเดินสมุทรเพื่อขนถ่ายขึ้นเรือโดยความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลยที่ ๑ ในเรือฉลอมทำให้เกิดเพลิงไหม้ปอจนหมด โจทก์ได้จ่ายเงินค่าปอให้แก่เจ้าของปอไปแล้ว จึงเข้าเป็นผู้รับช่วงสิทธิขอไล่เบี้ยเอาจากจำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินที่โจทก์ต้องจ่ายไป
จำเลยให้การต่อสู้หลายอย่าง รวมทั้งต่อสู้ว่าปอลุกไหม้ขึ้นเองเนื่องจากเหตุสุดวิสัยขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ฟ้องโจทก์บรรยายว่า "ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลจินหลีฮงเทรดดิ้งกับจำเลยที่ ๑ ได้ตกลงจ้างและรับจ้างทำการขนสินค้าปอฟอก.....จากโกดัง...ไปยังเรือเดินสมุทร.....เพื่อขนถ่ายขึ้นเรือส่งไปยังต่างประเทศ.....โดยความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ในเรือฉลอม ได้ทำให้เกิดเพลิงไหม้สินค้าปอฟอก.....จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นนายจ้างและลูกจ้างผู้ควบคุมเรือจะต้องร่วมกันรับผิดในสินค้าปอฟอกเสียหายครั้งนี้....." ฟ้องโจทก์ดังกล่าวมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคือ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ในฐานนายจ้างกับลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๕ เท่านั้น หาได้มีข้ออ้างให้จำเลยต้องรับผิดตามมาตรา ๖๑๖ ด้วยแต่อย่างใดไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ไม่บรรยายฟ้องว่า การรับขนส่งเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติของจำเลยที่ ๑ เพราะเป็นข้อที่จะต้องนำสืบภายหลังนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความดังกล่าวเป็นสภาพแห่งข้อหาและเป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา โจทก์จึงต้องแสดงโดยแจ้งชัดไว้ในคำฟ้อง มิฉะนั้นโจทก์ย่อมไม่มีประเด็นนำสืบในความข้อนี้ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ไฟอาจไหม้ขึ้นโดยมิใช่เกิดจากความประมาทของคนในเรือ
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2513
บริษัทแนชั่นแนล ยูเนี่ยน ไฟร์ อินชัวรันซ์ แห่งพิตสเบิร์ก เพนซิลเวเนีย
โดยบริษัทอเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนล อันเดอร์ไร้ทเตอร์ส จำกัด
โดยนายทอมัส แอฟ โทฟิลด์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายฮ่งคูณ แซ่โล้ว เจ้าของหรือผู้จัดการสำนักงานโลวย่งบริการขนส่งทางน้ำ (
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | เพนซิลเวเนีย - บริษัทแนชั่นแนล ยูเนี่ยน ไฟร์ อินชัวรันซ์ แห่งพิตสเบิร์ก · จำกัด - โดยบริษัทอเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนล อันเดอร์ไร้ทเตอร์ส · โจทก์ - โดยนายทอมัส แอฟ โทฟิลด์ ผู้รับมอบอำนาจ · ( - นายฮ่งคูณ แซ่โล้ว เจ้าของหรือผู้จัดการสำนักงานโลวย่งบริการขนส่งทางน้ำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไฉน บุญยก · อาจิต ไชยาคำ · ฉัตร รัตนทัศนีย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประพจน์ ถิระวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพรียบ หุตางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา