⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1785/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไป และสั่งงดการสืบพยานเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดคดีนั้น เป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินกับตึกพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นส่วนสัดตลอดเวลา มิใช่ของจำเลยที่ 2 มิได้ยกขึ้นอ้างว่าตึกพิพาทไม่เป็นส่วนควบหรือปลูกขึ้นอย่างไรที่จะไม่เป็นส่วนควบของที่ดินรายนี้ จึงไม่มีประเด็นที่จะสืบหรือที่ศาลจะวินิจฉัยในข้อหลังนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไป ย่อมสั่งงดแล้ววินิจฉัยคดีไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องซึ่งได้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นส่วนสัดตลอดเวลามิใช่ของจำเลยที่ ๒ ขอให้ถอนการยึด โจทก์ให้การว่าที่ดินกับตึกพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ ผู้เดียวผู้ร้องอ้างกรรมสิทธิ์ลอย ๆ ไม่ได้ระบุว่าได้กรรมสิทธิ์มาอย่างไรหรือครอบครองในฐานะอะไร คำร้องจึงเคลือบคลุมและไม่มีมูลจะอ้างได้ตามกฎหมาย ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่โจทก์ได้รับ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของโจทก์โดยผู้ร้องไม่ติดใจสืบพยานแล้วมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อศาลเป็นประกันความเสียหายแก่โจทก์ ก่อนถึงกำหนดวางเงิน ๕ วัน อันเป็นวันนัดสืบพยานของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไป จึงสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒ ผู้เดียวถือกรรมสิทธิ์ ส่วนตึกพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดินดังกล่าว และเป็นของจำเลยที่ ๒ ผู้ร้องจะได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองต้องครอบครองโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกัน ๑๐ ปี แต่คำร้องของผู้ร้องไม่ปรากฏว่าได้ครอบครองดังกล่าวและเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จะครอบครองเป็นปรปักษ์ต่อทรัพย์สินของบิดามารดา จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ให้วางเงินประกันความเสียหายและอุทธรณ์คำสั่งที่ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่าการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าตึกเลขที่ ๒๘ (ตึกพิพาท) ปลูกอยู่ในที่ดิน ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗ นั้นยังไม่แน่นอนเพราะอาจไม่เป็นส่วนควบตามมาตรา ๑๐๙ ก็ได้ นั้น ผู้ร้องมิได้ยกขึ้นอ้างในคำร้องเลยว่าตึกพิพาทไม่เป็นส่วนควบหรือตึกพิพาทได้ปลูกขึ้นอย่างไรที่จะไม่เป็นส่วนควบของที่ดินรายนี้จึงไม่มีประเด็นที่ผู้ร้องจะนำสืบหรือที่ศาลจะวินิจฉัยให้ได้ที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานของผู้ร้องและให้ยกคำร้องของผู้ร้อง จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2514 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ ศรีสมบูรณ์ และนายสงวน นิธยานนท์ กรรมการ โจทก์ พันตำรวจเอกพิศิษฐ์ กรดิลก ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย นายอนุกูล กรดิลก ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความศรีสมบูรณ์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ · โจทก์ - และนายสงวน นิธยานนท์ กรรมการ · จำเลย - พันตำรวจเอกพิศิษฐ์ กรดิลก ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายอนุกูล กรดิลก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · ประสาท สุคนธมาน · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชลูตม์ สวัสดิทัต · ศาลอุทธรณ์ - นายศวิต สมหวัง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2307/2518ฎีกา 4838/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 149/2526ฎีกา 1360/2544ฎีกา 62/2539ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 3005/2541ฎีกา 119/2532ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3827/2542ฎีกา 234/2491ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา