⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1832/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1832/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำมีโอกาสเลือกที่จะทำร้ายได้ แต่เลือกทำร้ายเพียงให้เกิดอันตรายสาหัส ไม่ถือว่ามีเจตนาฆ่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฟันผู้เสียหายหลายทีด้วยมีดโต้ปลายตัด แต่ฟันด้วยอาการฉุกละหุกดิ้นรนต่อสู้ แม้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บหลายแห่งถึงสาหัสแต่เมื่อพิจารณาถึงโอกาสที่จำเลยจะเลือกฟันทำร้ายประกอบกับลักษณะบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับ ก็ไม่ปรากฏว่าอาจทำให้ถึงตายได้แล้วยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า คงฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายถึงอันตรายสาหัสเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องมีใจความว่า เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑ จำเลยทั้งสี่นี้ได้ร่วมกันมีมีดเป็นอาวุธ ฟันนักโทษชายทม จิตรวิมล ถูกบริเวณร่างกายหลายแห่งถึงอันตรายสาหัส โดยมีเจตนาฆ่า แต่นักโทษชายทม จิตรวิมล รักษาทันท่วงทีจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ตำบลและอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก จำเลยทั้งหมดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกอยู่มากระทำผิดคดีนี้อีก จึงขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓, ๒๙๕, ๒๙๗, ๙๒, ๙๓ กับขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีซึ่งกำลังรับอยู่นั้น และริบมีดของกลาง จำเลยที่ ๑ ว่าได้ทำร้ายผู้เสียหายจริง แต่ไม่มีเจตนาฆ่า ส่วนจำเลยนอกนั้นปฏิเสธ เว้นแต่ข้อเคยต้องโทษและรับโทษอยู่ตามฟ้องรับว่าจริง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวได้ทำร้ายผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ระวางโทษจำคุก ๑๐ ปี เพิ่มโทษตามมาตรา ๙๓ กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก ๑๕ ปี ลดให้ในฐานะรับสารภาพหนึ่งในสามคงเหลือจำคุก ๑๐ ปี ของกลางริบ นับโทษต่อให้ตามขอสำหรับจำเลยที่ ๒, ๓ และ ๔ ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวอุทธรณ์ว่าไม่มีเจตนาฆ่า ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ไม่ใช่พยายามฆ่าพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ จำคุก ๖ ปี เพิ่มโทษกึ่งและลดให้อีกหนึ่งในสามคงเหลือโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ หกปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่และผู้เสียหายต่างเป็นนักโทษเด็ดขาดถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดพิษณุโลกตอนเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ และผู้เสียหายเกิดขัดใจกันเรื่องการทำงาน จำเลยที่ ๑ ได้ชักมีดโต้ปลายตัดออกจากม้วนเสื่อที่ตนถืออยู่เข้าฟันผู้เสียหายขณะที่ผู้เสียหายเดินไปยังนักโทษอีกคนหนึ่ง ผู้เสียหายเข้าประชิดเพื่อหลบมีดจำเลยพร้อม ๆ กันจำเลยที่ ๑ ก็หวดมีดฟันลงมาถูกที่ท้ายทอยผู้เสียหายเป็นแผล จำเลยที่ ๑ เงื้อมีดฟันผู้เสียหายอีก ๑ ที ที่ใบหูซ้ายและไหปลาร้าเป็นแผล ผู้เสียหายเข้าประชิดตัวจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ตวัดมีดสวนมาถูกรักแร้ผู้เสียหาย จากนั้นจำเลยที่ ๑ กระโดดถอยห่างใช้มีดฟันอีก ๑ ครั้ง ผู้เสียหายยกมือซ้ายขึ้นรับคมมีดถูกบริเวณหน้าแขนซ้ายเป็นบาดแผล แล้วมีคนช่วยจับแยกตัวจำเลยที่ ๑ ออกไปผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่หน้าแขนซ้ายแผลยาวประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ลึก ๓ เซนติเมตร ที่บริเวณไหปลาร้าซ้าย รักแร้ซ้าย และใบหูซ้ายยาวประมาณ ๓, ๒ และ ๑ เซนติเมตรตามลำดับ ลึกประมาณ ๑ เซนติเมตร ที่บริเวณท้ายทอยยาวประมาณ ๓ เซนติเมตร ลึก ๑-๒ เซนติเมตร แพทย์ลงความเห็นว่ารักษาประมาณ ๕๐ วันหาย ผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ๑ เดือนเศษ แล้วถูกส่งตัวไปรักษาตัวที่เรือนจำกลางจังหวัดราชบุรี อีก ๑ เดือนเศษ เช่นนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพฤติการณ์ของจำเลยและผู้เสียหายดังกล่าวแสดงว่า จำเลยที่ ๑ ได้ฟันผู้เสียหายโดยฉุกละหุก ฟันครั้งแรกถูกแขนซ้ายซึ่งไม่เป็นที่สำคัญ ส่วนการฟันครั้งต่อมาเมื่อจำเลยถูกจับตัวกำลังเคลื่อนไหวดิ้นรนอยู่ ย่อมไม่มีโอกาสเลือกฟันทำร้ายผู้เสียหายได้ สำหรับบาดแผลผู้เสียหายก็ไม่ได้ความว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ เพียงเท่านี้ยังฟังไม่ได้ถนัดว่า จำเลยฟันทำร้ายผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า คงฟังได้ว่าจำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนได้รับอันตรายสาหัสเท่านั้น พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกอุทธรณ์โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1832/2514 อัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นักโทษชายพิภพ อุดรศรี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นักโทษชายพิภพ อุดรศรี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · สุธี โรจนธรรม · ถนอม ครูไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสมาน เวทวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1116/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา