⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1945/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1945/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การข่มขู่ว่าจะเปิดเผยความลับทางการค้าอันจะทำให้ผู้ถูกข่มขู่ได้รับความเสียหาย ถือว่าผู้ถูกข่มขู่เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย และมีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญาฐานรีดเอาทรัพย์ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้ข่มขู่โจทก์ว่าจะเปิดเผยความลับทางการค้าต่อพ่อค้าและท้องตลาดกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษีของห้างหุ้นส่วน อันจะทำให้ห้างดังกล่าวซึ่งมีโจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้รับความเสียหายจนโจทก์ยอมจะให้เงินแก่จำเลยตามที่ขู่เข็ญนั้น จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337, 338 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.337 ประมวลกฎหมายอาญา ม.338

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องมีใจความว่า โจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดบัวไลจำเลยเคยเป็นลูกจ้างของโจทก์ เมื่อระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๐ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๑๐ ได้มีคนร้ายลักเอาเอกสารต่าง ๆ ซึ่งเก็บอยู่ในห้างหุ้นส่วนไป วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๑๐ เวลากลางวัน จำเลยได้นำเอกสารที่ถูกลักไปมอบให้พันตำรวจโทรัตน์ เอกะวิภาต ทั้งนี้โดยจำเลยได้ลักเอาเอกสารไปหรือรับเอกสารไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๐ จำเลยได้โทรศัพท์มาขู่เข็ญให้โจทก์ยอมให้เงินหนึ่งแสนบาทแก่จำเลย ถ้าไม่ให้จำเลยจะนำความลับในเอกสารทางการค้าออกเปิดเผยเพื่อให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดบัวไลเสียชื่อเสียงและจะดักทำร้ายโจทก์ จนโจทก์ผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้นเหตุเกิดที่ตำบลและอำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดพระนคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗, ๓๓๘, ๓๓๕(๘) (๑๑) ๓๕๗ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม สำหรับข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรนั้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิด สำหรับข้อหากรรโชกฟังได้ว่าจำเลยได้ขู่เข็ญเอาเงินหนึ่งแสนบาทจากโจทก์ และโจทก์ยอมจะให้เงินสองสามหมื่นบาทแก่จำเลยจริง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗, ๓๓๘ ลงโทษตามมาตรา ๓๓๘ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก ๒ ปี ข้อหาลักทรัพย์และรับของโจรกับคำขออื่นของโจทก์ให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรด้วย จำเลยอุทธรณ์ว่าฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยได้ขู่เข็ญข่มขืนใจโจทก์ว่าจะทำอันตรายต่อชื่อเสียงของห้างหุ้นส่วนจำกัดบัวไล ซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นบุคคลที่ ๓ และได้ขู่เข็ญข่มขืนใจโจทก์ว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดบัวไลเสียหาย จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๔) แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวมาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมนั้น เห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงตกไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1945/2514 นายวิงมัด แซ่ลิ้ม โจทก์ นายฮั้งเตี้ย หรือฮั้งเตียว แซ่ลี้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิงมัด แซ่ลิ้ม · จำเลย - นายฮั้งเตี้ย หรือฮั้งเตียว แซ่ลี้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · ทองคำ จารุเหติ · แปลก ศิงฆมานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมชัย ทรัพยวณิช · ศาลอุทธรณ์ - นายผล พิทักษ์พล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 8080/2538ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 753/2539ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2252/2560ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา