⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2148/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2148/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดต่อที่ดินของรัฐในป่า โดยระบุชื่อป่า ตำบล อำเภอ จังหวัด และจำนวนเนื้อที่ ถือว่าเพียงพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้แล้ว แม้ไม่ได้ระบุความกว้างยาวและทิศที่ดินก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องมีใจความสำคัญว่า จำเลยบังอาจแผ้วถางป่าและเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในป่าห้วยอีเลิง ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีจำนวนเนื้อที่ 2 ไร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ฯลฯ นั้น เป็นการบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจได้ดีแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐในป่าห้วยอีเลิงจำนวนเนื้อที่ 2 ไร่ หาจำเป็นที่จะต้องระบุความกว้างยาวและทิศไหนจดอะไรไม่ เพราะได้ระบุจำนวนเนื้อที่ที่จำเลยทำการแผ้วถางยึดถือครอบครองแล้วฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๒ ตลอดมาจนถึงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๑๒ ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยได้บังอาจทำการแผ้วถางป่าซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ โดยจำเลยไม่มีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย และจำเลยได้บังอาจเข้ายึดถือครอบครองก่นสร้าง ทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน และทำอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินในป่าห้วยอีเลิงตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีจำนวนเนื้อที่ ๒ ไร่ทั้งนี้ โดยจำเลยมิได้กระทำภายในเขตที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ทำการแผ้วถางได้ เหตุเกิดที่ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๑, ๑๖ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙, ๑๐๘ และขอให้สั่งจำเลยออกจากป่าดังกล่าวแล้วด้วย จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องให้ปรับ ๒๐๐ บาท ลดรับสารภาพกึ่ง คงปรับ ๑๐๐ บาท ที่ขอให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางด้วยนั้นให้ยกเสีย เพราะฟ้องโจทก์ไม่บอกอาณาเขตทิศทางสภาพไม่เปิดช่องให้บังคับคดีได้ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางด้วย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องมีความสำคัญว่าจำเลยบังอาจแผ้วถางป่าและเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในป่าห้วยอีเลิงตำบลกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีจำนวนเนื้อที่ ๒ ไร่ ทั้งนี้ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานฯลฯ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ได้บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจได้ดีแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐในป่าห้วยอีเลิงจำนวนเนื้อที่ ๒ ไร่ หาจำเป็นที่จะต้องระบุความกว้างยาวและทิศไหนจดอะไรไม่ เพราะได้ระบุจำนวนเนื้อที่ที่จำเลยแผ้วถางยึดถือครอบครองแล้ว แม้จะระบุว่าทิศไหนจดอะไร ถ้าจำเลยไม่ได้เข้าไปทำอะไรในที่นั้น จำเลยก็ย่อมไม่เข้าใจอยู่ดีแต่กรณีนี้จำเลยเข้าใจดี จำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้จึงได้ให้การรับสารภาพโดยไม่มีข้อต่อสู้อย่างใด ฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิเคราะห์ฎีกาข้ออื่นของจำเลยแล้ว เป็นเรื่องที่จำเลยเถียงข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา และไม่มีสาระอันควรแก่การวินิจฉัยคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2148/2514 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายนอ พ่อชาลี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายนอ พ่อชาลี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร · พิชัย รชตะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายดุสิต โหบุราณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ น้อยพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา