⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2213/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2213/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีซ้ำในประเด็นที่เคยมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ถือเป็นข้อกฎหมายที่ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยคดีนี้ เคยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยมาแล้วคดีถึงที่สุด ศาลฎีกาพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยคดีนี้(โจทก์ในคดีก่อน) แล้ว โจทก์มารื้อฟื้นฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทแปลงเดียวกันนี้อีก เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า คดีสืบเนื่องมาจากคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๐๒ ระหว่างนายหีต แซ่ลิ่ม โจทก์ ขุนอนันตคีรี จำเลย เรื่องที่ดิน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่านายหีตโจทก์ไม่มีสิทธิในที่พิพาท เพราะอาศัยจำเลยอยู่ และนายหีตโจทก์เบิกความว่ายกที่พิพาทให้นางพับนายดำริห์แล้ว นายหีตโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง นายหีตอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นทั้งสองประเด็น นายหีตฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนในประเด็นเดียวว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อศาลสูงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นก็เท่ากับยอมรับว่าศาลชั้นต้นพิพากษาถูกต้องทุกประการ เป็นยุติว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยตามสำนวนในคดีนั้นแล้ว ต่อมานางพับและนายดำริห์เป็นโจทก์ฟ้องขุนอนันตคีรีเป็นจำเลยอ้างว่าที่ดินรายพิพาทเป็นของนางพับนายดำริห์โจทก์ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๖คดีถึงที่สุด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ โดยนายหีตบิดายกให้ แต่นายหีตยกที่พิพาทที่ไม่ใช่ของตนให้จำเลย เช่นนี้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิหรือกรรมสิทธิในที่พิพาท ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลย ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินรายพิพาทและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่พิพาทในคดีนี้โจทก์จำเลยเคยพิพาทกันมาแล้วในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๐๒ ซึ่งคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาว่านายหีตโจทก์ในคดีนั้นไม่มีอำนาจฟ้องต่อมาจำเลยทั้งสองเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๖ คดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาฎีกา คดีจึงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสองในคดีนี้แล้ว โจทก์จะกลับมารื้อฟื้นฟ้องร้องจำเลยซึ่งเป็นคู่ความเดียวกันอีก เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์นั้นไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๑๙/๒๕๐๙ ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเท่านั้น หาได้วินิจฉัยว่านายหีตโจทก์ในคดีนั้นไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทอย่างใดไม่โจทก์จะถือเอาคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีนั้นที่ยังไม่สิ้นสุดยุติว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ มายันจำเลยมิได้คู่ความในคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกับคู่ความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๖ ประเด็นที่พิพาทเป็นประเด็นเดียวกัน เมื่อศาลฎีกาได้พิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๖ ว่าที่พิพาทรายนี้เป็นของนางพับและนายดำริห์โจทก์ในคดีนั้นแล้ว ขุนอนันตคีรีซึ่งเป็นจำเลยในคดีนั้นจะนำคดีมาฟ้องร้องว่ากล่าวในคดีนี้ว่าที่พิพาทแปลงเดียวกันเป็นของตนอีกหาได้ไม่ ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2213/2514 ขุนอนันตคีรี โจทก์ นางพับ เพ็งทอง ที่ 1 นายดำริห์ แซ่ลิ่ม ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ขุนอนันตคีรี · จำเลย - นางพับ เพ็งทอง ที่ 1 นายดำริห์ แซ่ลิ่ม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัศนี เกาไศยนันท์ · ประสาท สุคนธมาน · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายอุดม เดชอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย รชตะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา