⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2332/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2332/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำรถยนต์ซึ่งมีอุปกรณ์สำคัญใช้การไม่ได้มาขับ ถือเป็นการกระทำโดยประมาท หากก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาท โดยได้ขับรถยนต์ประจำทางซึ่งห้ามล้อมือใช้การไม่ได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์สำหรับดึงประการหนึ่ง และขณะที่จำเลยขับรถไปนั้นมีรถข้างหน้าหยุด แต่จำเลยไม่ดูแลระมัดระวังให้รอบคอบในขณะที่ขับรถและไม่หยุดรถของจำเลยอีกประการหนึ่ง เป็นเหตุให้ขับชนรถจักรยานยนต์ซึ่งผู้ตายขับขี่ข้างหน้าไปชนกระแทกกับท้ายรถยนต์ประจำทางซึ่งจอดอยู่ข้างหน้าโดยแรงถึงแก่ความตายดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่ารถคันนี้ห้ามล้อมือใช้การไม่ได้โดยคันดึงไม่มี ย่อมถือว่าโจทก์สืบได้ความสมข้ออ้างประการหนึ่งแล้ว และข้อบกพร่องนี้ย่อมมีความสัมพันธ์กับการที่รถซึ่งจำเลยขับนั้นพุ่งเข้าชนรถแท็กซี่ด้วย เพราะถ้าจำเลยมิได้ประมาทโดยการนำรถยนต์ซึ่งมีเครื่องอุปกรณ์อันสำคัญใช้การไม่ได้เช่นนี้มาขับแล้ว เหตุร้ายย่อมไม่เกิดขึ้น จำเลยจะอ้างเอาเรื่องเหยียบห้ามล้อเท้าไม่ติดมาเนื่องจากห้ามล้อแตกเป็นข้อแก้ตัวหาได้ไม่ และต้องมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยความประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ ได้ขับรถยนต์ประจำทางซึ่งห้ามล้อมือใช้การไม่ได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์สำหรับดึงไปตามถนนราชวิถีแล้วเลี้ยวเข้าไปถนนสามเสนโฉมหน้าตรงไปทางหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งขณะนั้นมีรถยนต์และรถอื่น ๆ แล่นไปข้างหน้าเป็นจำนวนมาก ขณะที่จำเลยขับรถยนต์ไปนั้นมีรถข้างหน้าหยุด แต่จำเลยไม่ดูแลระมัดระวังให้รอบคอบในขณะที่ขับรถ และไม่หยุดรถของจำเลยเป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยขับ ชนรถยนต์ของผู้มีชื่อ ๒ คันที่จอดอยู่ข้างหน้ารถของจำเลยเสียหายแล้วรถยนต์คันที่ถูกจำเลยชนคันหนึ่งได้วิ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของนายตือ แซ่เตียว ซึ่งนายตือ แซ่เตียว เป็นผู้ขับขี่ไปอัดกอปปี้กับท้ายรถยนต์ประจำทางคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ข้างหน้าโดยแรงเป็นเหตุให้นายตือ แซ่เตียว ได้รับอันตรายแก่กายสาหัสและถึงแก่ความตายในวันนั้นเอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙, ๖๖ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องเพียงเท่านี้ ไม่ได้กล่าวให้ชัดเจนว่าการที่ห้ามล้อมือรถของจำเลยใช้การไม่ได้ มีส่วนสัมพันธ์อย่างใดต่อเหตุการณ์ที่จำเลยไม่หยุดรถแล้วรถของจำเลยไปชนรถของผู้อื่น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จำเป็นต้องกล่าวมาในคำฟ้องเพื่อให้จำเลยทราบว่าจำเลยถูกกล่าวหาว่าประมาทในเหตุนี้ด้วยประการใด จำเลยจะได้เข้าใจข้อหาได้ดี จึงเท่ากับโจทก์มิได้กล่าวหาว่าจำเลยประมาทในข้อนี้ แม้ในชั้นพิจารณาโจทก์จะนำสืบได้ความว่าห้ามล้อมือใช้สำหรับแทนห้ามล้อเท้า เมื่อห้ามล้อเท้าใช้การไม่ได้ หากรถจำเลยห้ามล้อมือใช้การได้ ห้ามล้อมือก็อาจจะช่วยได้ก็เป็นการสืบนอกประเด็นที่โจทก์มิได้กล่าวไว้ในคำฟ้อง ศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงเช่นนี้มาประกอบการวินิจฉัยความผิดของจำเลยไม่ได้ และว่าการเกิดเหตุครั้งนี้เป็นเพราะห้ามล้อเท้าเกิดเสียขึ้นอย่างกระทันหัน เป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งจำเลยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยประมาทขับรถยนต์ซึ่งห้ามล้อมือใช้การไม่ได้เพราะไม่มีอุปกรณ์สำหรับดึงเป็นคำบรรยายฟ้องที่ประกอบให้เห็นว่าจำเลยขับรถประมาทเป็นการบรรยายฟ้องให้จำเลยซึ่งมีอาชีพขับรถยนต์เข้าใจและรู้ได้ดีว่าห้ามล้อมือเป็นห้ามล้อที่สำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อห้ามล้อเท้าใช้ไม่ได้ ถ้าไม่มีห้ามล้อมือและห้ามล้อเท้าใช้ไม่ได้ขึ้นมาในปัจจุบันทันด่วน เป็นอันตรายในการขับขี่เป็นอย่างยิ่ง การนำรถเช่นนี้ออกขับเท่ากับเป็นการประมาทในเบื้องต้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์บรรยายฟ้องข้อนี้ขึ้นมาลอย ๆ แม้จะนำสืบได้ความเช่นนี้เป็นการนำสืบนอกประเด็น นั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วยฟังว่า จำเลยขับรถประมาทดังฟ้อง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙, ๖๖ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓ แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุกจำเลย ๓ ปี และเห็นสมควรให้ถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ของจำเลย จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ขับรถยนต์รับส่งคนโดยสาร ในระหว่างที่รถยนต์แท็กซี่คันที่นายเซียะฮ้อขับไปข้างหน้า รถคันจำเลยได้หยุดเพราะข้างหน้านายเซียะฮ้อมีทางม้าลาย มีรถจักรยานยนต์ซึ่งนายตือผู้ตายขับอยู่ข้างหน้า ถัดไปมีรถเมล์ประจำทางหยุดคอยและมีตำรวจจราจรปฏิบัติหน้าที่อยู่ รถจำเลยได้วิ่งเข้าชนท้ายรถยนต์แท็กซี่รถยนต์แท็กซี่ไปกระแทกรถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์ถูกกระแทกชนพุ่งไปชนรถเมล์ข้างหน้า เป็นเหตุให้นายตือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตาย ปัญหามีว่าการที่เกิดเหตุทำให้นายตือถึงแก่ความตายเป็นเพราะความประมาทของจำเลยดังฟ้องโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำโดยประมาทโดยได้ขับรถยนต์ประจำทางซึ่งห้ามล้อมือใช้การไม่ได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์สำหรับดึงประการหนึ่ง และขณะที่จำเลยขับรถไปนั้นมีรถข้างหน้าหยุดแต่จำเลยไม่ดูแลระมัดระวังให้รอบคอบในขณะที่ขับรถและไม่หยุดรถของจำเลยอีกประการหนึ่ง และได้ความตามข้อนำสืบของโจทก์และจำเลยเองว่ารถคันที่จำเลยขับนี้ห้ามล้อมือใช้การไม่ได้โดยคันดึงไม่มีจึงถือได้ว่าโจทก์สืบได้ความสมข้ออ้างประการหนึ่งแล้ว แม้จะได้ความตามที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าเมื่อจะเกิดเหตุนั้น จำเลยได้พยายามหยุดรถของจำเลยโดยเหยียบห้ามล้อแล้วแต่เหยียบไม่ติดเนื่องจากห้ามล้อแตกรถจำเลยจึงพุ่งไปชนรถแท็กซี่แต่ก็ได้ความจากพยานโจทก์ว่าห้ามล้อมือมีไว้สำหรับใช้แทนห้ามล้อเท้าในเมื่อห้ามล้อเท้าใช้การไม่ได้ ดังนั้นการที่รถซึ่งจำเลยขับนี้ ห้ามล้อมือใช้การไม่ได้ข้อบกพร่องนี้ย่อมมีความสัมพันธ์กับการที่รถซึ่งจำเลยขับนั้นพุ่งเข้าชนรถแท็กซี่ด้วย เพราะถ้าจำเลยมิได้ประมาทโดยการนำรถยนต์ซึ่งมีเครื่องอุปกรณ์อันสำคัญใช้การไม่ได้เช่นนี้มาขับแล้ว เหตุร้ายย่อมไม่เกิดขึ้นจำเลยจะอ้างเอาเรื่องเหยียบห้ามล้อเท้าไม่ติดมาเป็นข้อแก้ตัวหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2332/2514 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสมมาตย์ บำรุงทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสมมาตย์ บำรุงทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประดิษฐ์ ทิมมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา