⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2343/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2343/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ยักยอกเงินของสมาคม ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์หลายกรรม โดยแต่ละกรรมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคหนึ่ง เนื่องจากจำเลยเป็นเพียงผู้เก็บรักษาเงิน แต่ไม่มีอำนาจจัดการกับเงินนั้น และจำเลยไม่ได้อยู่ในฐานะเป็นผู้มีอาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนตามมาตรา 354

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการสมาคมชาวจีนไหหลำแห่งภาคใต้มีหน้าที่เขียนแจ้งคำบอกกล่าวสมาชิก เขียนใบรับเงิน ลงนามรับเงินในใบรับเงินเก็บเงิน รับเงินและออกใบรับเงินต่าง ๆ จำเลยได้รับเงินค่าสมัครเป็นสมาชิกเงินบำรุงและค่ามรณะสงเคราะห์ฌาปนกิจไว้หลายคราวแล้ว จำเลยยักยอกเงินนั้นบางส่วนเช่นนี้เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์หลายกรรม แต่ละกรรมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 บทเดียว ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 353 เพราะแม้จำเลยจะเป็นผู้เก็บรักษาเงิน แต่จำเลยก็ไม่มีอำนาจจัดการกับเงินนั้น และสมาคมนี้มีสมาชิกเฉพาะชาวจีนไหหลำจำเลยเป็นผู้จัดการสมาคมนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้มีอาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนตามมาตรา 354

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 ประมวลกฎหมายอาญา ม.354

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า สมาคมชาวจีนไหหลำแห่งภาคใต้ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมแล้วมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดสงขลา จำเลยนี้ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการของสมาคมให้เป็นผู้จัดการ มีหน้าที่เขียนแจ้งคำบอกกล่าวสมาชิก เขียนใบรับเงิน ลงนามรับเงินในใบรับเงินเก็บเงิน รับเงิน และออกใบรับเงินต่าง ๆ ของสมาคมตลอดจนเก็บรักษาเงินต่าง ๆ ไว้ชั่วคราวก่อนส่งต่อเหรัญญิก จำเลยได้กระทำผิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหลายครั้ง โดยจำเลยได้รับเงินค่าสมัครเป็นสมาชิก เงินบำรุง เงินค่ามรณะสงเคราะห์ฌาปนกิจ ซึ่งเป็นเงินของสมาคมนี้และจำเลยต้องส่งมอบต่อเหรัญญิก รวมเป็นเงิน ๒๙๓,๒๖๕ บาท จำเลยส่งมอบต่อเหรัญญิกเพียงบางส่วน และยักยอกเอาไปเองหรือให้บุคคลอื่นเอาไปโดยทุจริตเป็นเงิน ๔๐,๙๑๙ บาท เป็นการกระทำผิดหน้าที่ที่สมาคมมอบหมาย และเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนจนเกิดเสียหายแก่ประโยชน์ของสมาคม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔ จำเลยให้การปฏิเสธ สมาคมไหหลำแห่งภาคใต้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์และโจทก์ร่วมสืบไม่ได้ความสมข้อหาตามฟ้อง พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำผิดจริงดังฟ้อง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔ อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างวาระกันและเป็นความผิดหลายบท ซึ่งมีโทษเท่ากันในแต่ละกรรม จึงให้ลงบทและกระทงหนักตามมาตรา ๓๕๔ ประกอบด้วยมาตรา ๙๐, ๙๑ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเป็นฟ้องกับศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้จัดการของสมาคมโจทก์ร่วม มีหน้าที่เก็บเงินจากสมาชิกและเคยไปเก็บเงินมาแล้วจริงดังโจทก์นำสืบ จำเลยได้ยักยอกเงินของสมาคมโจทก์ร่วมไปเป็นจำนวน ๘,๐๐๐ บาท โดยยักยอกเงินจำนวนดังกล่าวหลายวาระต่างกัน ส่วนข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าสมาคมโจทก์ร่วมมีสมาชิกเฉพาะชาวจีนไหหลำ จำเลยเป็นผู้จัดการของสมาคมนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้มีอาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๔ เฉพาะที่เกี่ยวกับเงินที่จำเลยยักยอกไปนี้จะถือว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์ของโจทก์ร่วมด้วยก็ยังไม่ได้ เพราะจำเลยมีหน้าที่เพียงเก็บเงินค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิกค่าบำรุง ค่ามรณะ สงเคราะห์ฌาปนกิจและทำบัญชี แม้จำเลยจะเป็นผู้เก็บรักษาเงินก็ไม่มีอำนาจจัดการกับเงินนั้น จะเอาไปใช้จ่ายอะไรไม่ได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ ด้วย จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ แต่บทเดียว จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมตามฟ้อง แต่ละกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ ให้ลงโทษกระทงเดียวตามมาตรา ๙๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2343/2514 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ สมาคมไหหลำแห่งภาคใต้ โดยนายชวน ตันติวุฒิพงศ์ นายกสมาคม โจทก์ร่วม นายหลิ่มจีเหลียน หรือจี้แล่น หรือเซียงฮิน หรือจี้หลิ่น หรือจรัญ แซ่หลิ่ม หรือ ลิ้มสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · โจทก์ร่วม - สมาคมไหหลำแห่งภาคใต้ โดยนายชวน ตันติวุฒิพงศ์ นายกสมาคม · หรือ - นายหลิ่มจีเหลียน หรือจี้แล่น หรือเซียงฮิน หรือจี้หลิ่น หรือจรัญ แซ่หลิ่ม · จำเลย - ลิ้มสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา