⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 549/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2514

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้ร่วมมากับพวกของจำเลยรวม 3 คน เข้าชก ต่อย เตะ ผู้เสียหายและผู้ตาย แล้วต่างเลิกรากันไปตอนหนึ่งจนผู้เสียหายกับผู้ตายเดินพ้นจากที่เดิมไปแล้ว 100 เมตร จำเลยกับพวกชุดเดิมก็ย้อนกลับมาทำร้ายผู้เสียหายกับผู้ตายซ้ำอีกโดยพวกของจำเลยคนหนึ่งเป็นคนแทงผู้ตาย แล้วจำเลยกับพวกก็วิ่งหนีข้ามถนนไปด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยกับพวก ดังนี้น่า เชื่อว่าจำเลยรู้อยู่ว่าพวกของจำเลยคนที่แทงผู้ตายมีมีดปลายแหลมเป็นอาวุธติดตัวอยู่ ได้ปรึกษาหารือกันมาก่อนแล้วจึงได้หวนกลับมาทำร้ายเป็นครั้งที่สอง ดังนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นคนแทงทำร้ายผู้ตายจำเลยก็ต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๐ เวลากลางวัน จำเลยกับนายสมชาย แซ่ลี้ และพวกอีกหนึ่งคน ได้บังอาจร่วมกันใช้มือชกต่อยนายพิพัธน์หรือพิพัฒน์ จารุมนตรี และนายธวัชชัย คงสุวรรณ แล้วจำเลยกับพวกยังได้ร่วมกันใช้มีดแทงนายธวัชชัยโดยเจตนาฆ่านายธวัชชัยถึงแก่ความตายในวันนั้นเอง เหตุเกิดที่ตำบลสุริวงศ์ อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ จำเลยอายุ ๑๙ ปี เห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๗๕ กึ่งหนึ่งแล้วจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน คำรับชั้นสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาปรานีลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๕ ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีเจตนาชกต่อยผู้ตายและพวกเท่านั้นไม่มีเจตนาฆ่าจำเลยมิได้ร้องขอให้นายธานีหรืออี๊ดแทงผู้ตาย ไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้ว่านายอี๊ดหรือธานีซ่อนมีดปลายแหลมไว้ในสมุดพกเป็นเรื่องต่างคนต่างทำ จำเลยไม่มีผิดฐานฆ่าผู้ตาย พิพากษาแก้เป็นจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ จำคุก ๑ เดือน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เหตุเกิดเป็นสองตอน ตอนแรกจำเลยเป็นคนเข้ามาเตะนายพิพัธน์ก่อน พวกของจำเลยคนหนึ่งคือนายสมชายเข้าชกผู้ตายแล้วก็เลิกกันไป โดยต่างฝ่ายต่างเดินไปคนละทางนายพิพัธน์และผู้ตายเดินต่อไปได้ราว ๑๐๐ เมตร จำเลยกับพวกชุดเดิมก็วิ่งกลับมาชกต่อยนายพิพัธน์และผู้ตายอีก คราวนี้พวกของจำเลยคือนายธานีหรืออี๊ดซึ่งยืนดูอยู่เฉย ๆ ในตอนแรกเป็นผู้เข้ามาแทงผู้ตาย ปัญหาว่า จำเลยจะมีความผิดฐานร่วมกับนายธานีหรืออี๊ดทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตายหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้ร่วมมากับนายธานีหรืออี๊ดแต่แรก เมื่อชกต่อยนายพิพัธน์และนายธวัชชัยผู้ตายแล้วต่างก็เลิกรากันไป จนนายพิพัธน์และนายธวัชชัยเดินพ้นจากที่เดิมไปแล้วถึง ๑๐๐ เมตร จำเลยกับพวกจึงย้อนกลับมาทำร้ายนายพิพัธน์และนายธวัชชัยซ้ำอีก เมื่อนายธานีหรืออี๊ดแทงนายธวัชชัยผู้ตายแล้วจำเลยกับพวกก็วิ่งหนีข้ามถนนไปด้วยกันพฤติการณ์ของจำเลยกับพวกดังนี้น่าเชื่อว่า จำเลยรู้อยู่ว่านายธานีหรืออี๊ดมีมีดปลายแหลมเป็นอาวุธติดตัวอยู่คงจะได้ปรึกษาหารือกันก่อน จึงได้หวนกลับมาอีกเป็นครั้งที่สองนายธานีหรืออี๊ดยืนคุมเชิงอยู่พอเกิดต่อสู้กันนายธานีหรืออี๊ดก็เข้าแทงนายธวัชชัยผู้ตาย จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2514 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอนุ จรรยาเวช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายอนุ จรรยาเวช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมชัย ทรัพย์วณิช · ศาลอุทธรณ์ - นายแปลก ศิงฆมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา