⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 662/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อระหว่างวันเวลาใด และบรรยายรายละเอียดการกระทำความผิดพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ถือเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องในตอนแรกว่า เมื่อระหว่างวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2510 ถึงวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2511 เวลากลางวัน และกลางคืน จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายแล้วต่อมาบรรยายรายละเอียดว่าจำเลยคนไหนมีหน้าที่อย่างไร แล้วบรรยายว่าจำเลยได้รับมอบหมายจากสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันให้เป็นผู้ดำเนินการรับสมัครสมาชิกประเภทสามัญโดยรับเงินจากผู้สมัครส่งเป็นผลประโยชน์รายได้ของสมาคม แล้วบรรยายต่อไปว่า ตามวันเวลาดังกล่าวนี้ จำเลยทั้งสองได้รับเงินของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันไว้จากประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกดังกล่าวแล้ว และเงินซึ่งสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันยืมจากบริษัทนฤมิตรธนาคมจำกัด แล้วจำเลยทั้งสองโดยเจตนาทุจริตได้บังอาจร่วมกันเบียดบังเงินค่าสมัคร... กับเงินยืมอันเป็นทรัพย์สินของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน.... ดังนี้ คำฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงวันเวลาที่บ่งว่าจำเลยกระทำผิดพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว เป็นคำฟ้องสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.354

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๑๐ ถึงวันที่ ๑๘มกราคม ๒๕๑๑ เวลากลางวันและกลางคืน จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายกล่าวคือ จำเลยที่ ๑ มีตำแหน่งเป็นกรรมการและเลขาธิการสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน จำเลยที่ ๒ มีตำแหน่งเป็นกรรมการและปฏิคมสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีวัตถุประสงค์ ..ฯลฯ.. จำเลยทั้งสองได้รับมอบหมายจากสมาคมฯให้เป็นผู้ดำเนินการรับสมัครสมาชิกประเภทสามัญของสมาคมโดยเป็นผู้รับเงินจากประชาชนผู้สมัครทั่ว ๆ ไป แล้วนำเงินค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิกของประชาชนดังกล่าวนั้นประเภทต่าง ๆ...ฯลฯ...ซึ่งได้รับครอบครองไว้ส่งเป็นผลประโยชน์รายได้ของสมาคมฯ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมดังกล่าวข้างต้น ตามวันเวลาดังกล่าวนี้จำเลยทั้งสองได้รับเงินของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันไว้จากประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกดังกล่าวแล้วและเงินซึ่งสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันยืมจากบริษัทนฤมิตรธนาคม จำกัด แล้วจำเลยทั้งสองโดยเจตนาทุจริต ได้บังอาจสมคบร่วมกันเบียดบังเงินค่าสมัครที่ได้รับจากประชาชนประเภทต่าง ๆ ดังกล่าวกับเงินยืมอันเป็นทรัพย์สินของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน ในฐานะที่จำเลยทั้งสองดำเนินธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนนั้นไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย คิดเป็นเงินจำนวน ๕๗,๕๒๑ บาท๕๐ สตางค์ เหตุเกิดที่ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท จังหวัดพระนคร ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในอายุความแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๔ และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๕๗,๕๒๑.๕๐ บาทแก่ผู้เสียหาย สมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์และขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นอนุญาต สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานจนเสร็จสำนวนแล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) พิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ระบุวันที่จำเลยกระทำผิดถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) แล้วพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในตอนแรกโจทก์บรรยายฟ้องว่า"เมื่อระหว่างวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๑๐ ถึงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๑๑ เวลากลางวันและกลางคืน จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมาย" แล้วต่อมาโจทก์บรรยายรายละเอียดว่า จำเลยคนไหนมีตำแหน่งหน้าที่อย่างไรแล้วบรรยายว่า จำเลยได้รับมอบหมายจากสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันให้เป็นผู้ดำเนินการรับสมัครสมาชิกประเภทสามัญโดยรับเงินจากผู้สมัครส่งเป็นผลประโยชน์รายได้ของสมาคม แล้วโจทก์บรรยายฟ้องต่อไปว่า"ตามวันเวลาดังกล่าวนี้ จำเลยทั้งสองได้รับเงินของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันไว้จากประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกดังกล่าวแล้ว และเงินซึ่งสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันยืมจากบริษัทนฤมิตรธนาคม จำกัด แล้วจำเลยทั้งสองโดยเจตนาทุจริต ได้บังอาจสมคบร่วมกันเบียดบังเงินค่าสมัคร...กับเงินยืมอันเป็นทรัพย์สินของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน"ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงวันเวลาที่บ่งว่าจำเลยกระทำผิดพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) แล้วตามนัยฎีกาที่ ๘๖๑/๒๕๑๒ ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลทหารปรีชา สิงห์โต จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2514 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ สมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน โดยร้อยเอกคล้าย เฉยชอบ โจทก์ร่วม นายเทียม รอดแจ่ม ที่ 1 นายสุวรรณ หรือวีถี จุลกะโสภณ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - สมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน โดยร้อยเอกคล้าย เฉยชอบ · จำเลย - นายเทียม รอดแจ่ม ที่ 1 นายสุวรรณ หรือวีถี จุลกะโสภณ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมาน เจนนภา · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท บริรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา