คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจออกหมายเรียกบริวารของจำเลยมาสอบถามได้ แม้บริวารจะอ้างว่าตนเป็นบุคคลภายนอกคดีก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาและออกคำบังคับให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากอาคารที่จำเลยเช่าจากโจทก์ แม้ต่อมาโจทก์จะแถลงว่าจำเลยได้ออกไปแล้ว แต่ก็แถลงว่าคงเหลือแต่บริวารของจำเลย และตามสำเนาทะเบียนบ้านก็ปรากฏว่ามีชื่อผู้ร้องอยู่ในอาคารนี้ อันเป็นหลักฐานในเบื้องต้นว่าผู้ร้องอยู่ในอาคารของโจทก์ในฐานะเป็นบริวารของจำเลย โจทก์ย่อมขอและศาลมีอำนาจออกหมายเรียกผู้ร้องมาสอบถามได้ ผู้ร้องจะอ้างว่าการที่ศาลหมายเรียกผู้ร้องไม่ชอบเพราะตนเป็นบุคคลนอกคดี คำบังคับที่ศาลออกบังคับแก่จำเลยมิได้บังคับรวมถึงบริวาร หรือบุคคลภายนอกด้วย และโจทก์ได้รับว่าจำเลยได้ออกไปแล้ว ทำให้คำบังคับสิ้นผลไปแล้ว ดังนี้ หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยพร้อมด้วยบริวารออกจากอาคารที่เช่าของโจทก์เลขที่ ๙๘ ถนนพาดสาย ให้จำเลยคืนอาคารกับใช้ค่าเสียหายศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากตึกเช่าเลขที่ดังกล่าวและให้ใช้ค่าเสียหาย ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์จำเลยฟังแล้ว โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลออกคำบังคับแก่จำเลย ศาลได้ออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาต่อมาโจทก์แถลงรับว่าจำเลยได้ออกจากที่เช่าไปแล้ว คงเหลือแต่บริวารของจำเลย โจทก์จึงยื่นคำขอให้ศาลหมายเรียกนายไหหนา หรือไหหลำ แซ่แต้ผู้ร้องกับพวกมาสอบถามเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลต่อไปศาลชั้นต้นออกหมายเรียกให้มาศาลเพื่อสอบถาม
นายไหหลำหรือไหหนำ แซ่แต้ ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์ว่า
๑. ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลชั้นต้นมิได้ออกคำบังคับถึงบริวารจำเลยด้วย ผู้ร้องเป็นบุคคลนอกคดี มิได้เป็นจำเลยในคดีนี้ คำบังคับของศาลที่ออกบังคับแก่จำเลยมิได้บังคับรวมถึงบริวารหรือบุคคลภายนอกด้วย ที่ศาลหมายเรียกผู้ร้องมาสอบถามจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
๒. ศาลจะออกหมายเรียกบุคคลที่มิได้เกี่ยวข้องในคดีมาศาลได้ก็ต่อเมื่อได้ออกคำบังคับคลุมถึงบุคคลนั้นก่อน การออกหมายเรียกเช่นนี้ขัดต่อคำบังคับของศาลเอง
๓. โจทก์รับแล้วว่าจำเลยได้ออกไปจากที่พิพาทแล้ว เท่ากับว่าผู้ถูกคำบังคับของศาลได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลครบถ้วนแล้วคำบังคับจึงสิ้นผลไปตามกฎหมาย ศาลไม่มีอำนาจจะออกหมายเรียกบุคคลอื่นมาดำเนินการบังคับคดีได้อีกต่อไป
ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนหมายเรียกผู้ร้องหรืองดการบังคับคดีนี้เสีย
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายเรียกผู้ร้องมาเพื่อดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษานั้น ชอบแล้วพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น
ผู้ร้องฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ผู้ร้องจะมิได้เป็นจำเลยในคดีนี้ แต่ปรากฏว่าโจทก์ได้ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารของโจทก์ ศาลได้พิพากษาและออกคำบังคับให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารของโจทก์ตามคำพิพากษาของศาลแล้ว แม้โจทก์จะแถลงรับว่าจำเลยได้ออกจากที่เช่าไปแล้วก็ดี แต่โจทก์ก็ได้แถลงว่าคงเหลือแต่บริวารของจำเลยตามสำเนาทะเบียนบ้านที่โจทก์ส่งศาลก็ปรากฏว่ามีชื่อผู้ร้องอยู่ในบ้านเลขที่ ๙๘ ถนนพาดสาย ที่จำเลยเช่าจากโจทก์เป็นหลักฐานในเบื้องต้นว่าผู้ร้องอยู่ในอาคารของโจทก์ในฐานะเป็นบริวารของจำเลย เมื่อโจทก์ขอศาลย่อมมีอำนาจออกหมายเรียกผู้ร้องมาสอบถามได้ ไม่เป็นการขัดกับคำบังคับของศาลแต่อย่างใด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2514
นางละม่อม อิสสะพันธ์ (หม้าย) โดยนายกิมอ๋อง เอ็งไชยศรี ผู้รับมอบอำนาจ
ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนกงหอป่อ โดยนายลี้จือเอง หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลย
นายไหหนำ หรือไหหลำ แซ่แต้ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้รับมอบอำนาจ - นางละม่อม อิสสะพันธ์ (หม้าย) โดยนายกิมอ๋อง เอ็งไชยศรี · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนกงหอป่อ โดยนายลี้จือเอง หุ้นส่วนผู้จัดการ · ผู้ร้อง - นายไหหนำ หรือไหหลำ แซ่แต้ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง · ประพจน์ ถิระวัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายแผ้ว ศิวะบวร · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา