คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บทบัญญัติมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้ยกขึ้นวินิจฉัย.
ที่ดินมือเปล่าที่มีเพียง ส.ค.1. และยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ไม่สามารถทำการโอนได้.
ย่อคำพิพากษา
บทบัญญัติมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ถึงแม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้ยกขึ้นวินิจฉัย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้
ที่ดินมือเปล่ามี ส.ค.1. ยังมิได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว จะโอนกันไม่ได้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนการขายให้ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ทำสัญญาซื้อที่นามี ส.ค.๑ จากจำเลย จำเลยรับเงินไปแล้วและมอบที่นาให้โจทก์ครอบครอง โจทก์ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนซื้อขาย กลับว่าไม่ขายจะคืนเงินและห้ามไม่ให้โจทก์ทำนาขอให้สั่งว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่นาพิพาท ห้ามจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องและบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนซื้อขายให้โจทก์ ถ้าไม่ยอมไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยให้การว่า ไม่เคยตกลงขายที่นาขาดให้โจทก์ เพียงแต่ตกลงขายฝากและตกลงกันว่ามีเงินเมื่อไรมาไถ่เมื่อนั้น ในวันทำสัญญาจำเลยรีบไปศาลจึงพิมพ์ลายนิ้วมือในกระดาษ โจทก์บอกให้ผู้เขียนกรอกข้อความลงไปไม่ตรงกับที่ตกลงกัน เป็นสัญญาปลอม โจทก์ไม่เคยบอกให้จำเลยไปจดทะเบียนนิติกรรมโอนขาด
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยขายขาดนาพิพาทให้โจทก์ โจทก์ครอบครองเป็นสิทธิเด็ดขาดตลอดมา พิพากษาห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง กับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนขายนาพิพาทให้โจทก์ ถ้าไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยขายขาดนาพิพาทให้โจทก์ โจทก์มีสิทธิครอบครองนาพิพาท ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง แต่ที่ศาลล่างทั้งสองบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนขายนาพิพาทให้แก่โจทก์ ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยนั้นไม่เห็นพ้องด้วย เพราะนาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า มีแต่ ส.ค.๑ มิใช่ที่ดินที่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้วตามประมวลกฎหมายที่ดินจึงโอนกันไม่ได้ ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙ เทียบนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๗๐/๒๕๐๙ แม้จำเลยมิได้ฎีกาปัญหานี้มาแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะที่ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนขายนาพิพาทให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้ยกข้อนี้เสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2514
นายเสน ศรีชัย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์
นายท่วม แก้วก่อง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสน ศรีชัย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · จำเลย - นายท่วม แก้วก่อง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธรรม วรรณแสง · จำรูญ โชติรัต · ประพจน์ ถิระวัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายสมาน เวทวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรอง อมะรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา